“บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ มีนโยบายในการสร้างนักกีฬาเทควันโดรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนนักกีฬาทีมชาติไทยรุ่นเก่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ที่ผ่านมา สมาคมฯ มีความคงเส้นคงวาในการคว้าเหรียญรางวัลในการแข่งขันมหกรรมกีฬารายการระดับนานาชาติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพราะมีนักกีฬาตัวตายตัวแทนไปคว้าเหรียญ ดังที่ได้เห็นจากผลงานการแข่งขันรายการต่างๆ ที่ผ่านมา

ส่วนกรณีนักกีฬาตัวแทนของ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวเบอร์ 1 ของโลก รุ่น 49 กก.หญิง ดีกรีเหรียญทอง โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในกรณีที่หากเลิกเล่นหลังจบโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นั้น เราก็มีตัวแทนไว้แล้ว ซึ่งเป็นนักกีฬารุ่นใหม่ๆ ที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในรายการนานาชาติ ทั้ง เบลเจียน โอเพ่น และ ดัตช์ โอเพ่น เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา โดยก็มีเหรียญทองในรุ่นใกล้ๆ กับ พาณิภัค คือ “ขนมจีบ” ณัฐกมล วาสนา รุ่น 46 กก.หญิง และ “กีต้าร์” กมลชนก สีเคน รุ่น 49 กก.หญิง ที่คว้าเหรียญทองประเภทเยาวชนได้ทั้ง 2 รายการ รวมทั้งเป็นแชมป์โลก และรองแชมป์รุ่นเยาวชน อีกด้วย นักกีฬารุ่นใหม่เหล่านี้ ก็จะขึ้นมาแทนที่ของ พาณิภัค ในวันข้างหน้า

ผศ.พิมล กล่าวต่อว่า ส่วนศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ​ ประเทศกัมพูชา ระหว่างวันที่ 5-17 พ.ค. นั้น ทางสมาคมฯ ได้ส่งผู้ตัดสินของเรา 3 คน ไปร่วมการตัดสินซีเกมส์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ มีประเด็นที่ทางเจ้าภาพ จะไม่มีการดูแลเรื่องเบี้ยเลี้ยงให้กับผู้ตัดสินตามที่เป็นข่าวมา แต่สุดท้ายเรื่องดังกล่าวก็จบไป ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับทางสหพันธ์เทควันโดโลก ว่า หากเกิดกรณีแบบนั้นจะต้องมีแผนสองและแผนสาม เอาไว้รองรับ คือการจัดหาผู้ตัดสินที่เป็นผู้ตัดสินระดับนานานาชาติ (IR) มาทำหน้าที่แทนที่ให้ได้ เพราะการแข่งขันในระดับนี้ เราไม่สามารถที่จะใช้ผู้ตัดสินในพื้นที่อย่างเดียวได้ ต้องมีหลากหลายเป็นผู้ตัดสินระดับนานาชาติเข้ามาทำหน้าที่ และซีเกมส์ครั้งนี้ ส่วนตัวก็ไม่กังวลหรือหวั่นใจเรื่องของการตัดสินแต่อย่างใด เพราะมั่นใจในฝีมือของจอมเตะไทยทุกคน.