สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ว่า สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลเปียงยาง เผยแพร่แถลงการณ์ของสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงมาดริด ประเทศสเปน เกี่ยวกับการมีกลุ่มชายฉกรรจ์ บุกรุกเข้าไปภายในสถานเอกอัครราชทูต เมื่อปลายเดือน ก.พ. 2562 ทำร้ายเจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ภายใน แต่กลับโจรกรรมไปเพียงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ ว่าคือการล่วงละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังเป็นการก่อการร้าย
อย่างไรก็ตาม สหรัฐกลับไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง ในการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การปฏิเสธเนรเทศนายคริสโตเฟอร์ อัน ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี เป็นอดีตนาวิกโยธินสหรัฐ ก่อนผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และผลการสอบสวนบ่งชี้ว่า อันเป็นหัวหน้ากลุ่มคนร้าย ที่ก่อเหตุภายในสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ
North Korea criticized the US for refusing to extradite a man who was accused of staging a break-in at North Korea's embassy in Spain in 2019, saying Washington was protecting terrorism, state media KCNA reported https://t.co/P9PekZONeo
— Reuters (@Reuters) April 4, 2023
ทั้งนี้ อันถูกจับกุมที่นครอลอสแอนเจลิส เมื่อเดือน เม.ย. 2562 แต่หลังจากนั้นอีกเพียง 3 เดือน ศาลอนุมัติการประกันตัวให้แก่อัน ในวงเงิน 1.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 44.5 ล้านบาท) ยิ่งตอกย้ำว่า รัฐบาลวอชิงตันให้ความสนับสนุนกิจกรรมก่อการร้าย
อนึ่ง รัฐบาลสเปนกล่าวว่า กลุ่มผู้บุกรุกเป็นสมาชิกของ “กองกำลังป้องกันพลเรือนชอลลิมา” หรือ “ฟรีโชซอน” มีเป้าหมายโค่นอำนาจรัฐบาลเปียงยางของนายคิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ขณะที่เอกสารจากศาลของสหรัฐระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุนำสิ่งของทั้งหมดที่โจรกรรมมาได้ มอบให้แก่สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ด้านเอฟบีไอยืนยันว่า มอบสิ่งของทั้งหมดกลับคืนให้แก่สถานเอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือแล้ว ผ่านกระทรวงการต่างประเทศสเปน.
เครดิตภาพ : REUTERS



