1. หลักการและเหตุผล
ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว ตั้งแต่ตื่นนอน จนกระทั่งเข้านอน หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันก็ยังมีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องด้วยทั้งนั้น การมีเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนในการดำเนินชีวิต ทำให้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่า เทคโนโลยีคือส่วนหนึ่งของมนุษย์ไปแล้ว ในระยะเวลาที่เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตเพื่ออำนวยความสะดวก จึงเกิดอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีการแข่งขันทางความคิดและจิตนาการ เพื่อให้สามารถคิดแทนมนุษย์ได้และตอบโจทย์การดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ เช่น การนำหุ่นยนต์มาเสิร์ฟอาหารแทนการใช้พนักงาน การใช้หุ่นยนต์แขนกลทางการแพทย์ในการผ่าตัดที่แม่นยำ การใช้เครื่องจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

การพัฒนาประเทศไปสู่ยุคที่มีการสร้างนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ที่ทำงานร่วมกับคน (Collaborative Robots หรือ COBOT) อย่างต่อเนื่อง จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเริ่มต้นจากการพัฒนาทักษะนี้ให้กับเด็ก ทักษะที่เยาวชนทุกคนทั่วโลกต้องเรียนรู้เพื่อให้รองรับต่อการทำงานในอนาคตที่เปลี่ยนไปจากปัจจุบันโดย Harvard’s Change Leadership Group ได้ออกมาระบุไว้ 7 ทักษะ ได้แต่ 1. การคิดอย่างเป็นระบบและการแก้ไขปัญหา 2. ความเป็นผู้นำและการจูงใจผู้อื่น 3. การเรียนรู้และการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว 4. การริเริ่มและการเป็นผู้ประกอบการ 5. การสื่อสารด้วยวาจาและการเขียนอย่างมีประสิทธิภาพ 6. การเข้าถึงและการวิเคราะห์ข้อมูล และ 7. ความช่างสงสัยและจินตนาการ ทักษะเหล่านี้สามารถถูกพัฒนาได้ผ่านการสร้างสิ่งประดิษฐ์และคิดค้นนวัตกรรม โดยทักษะนี้สามารถปลูกฝังให้กับเยาวชนได้ตั้งแต่ 7 ขวบขึ้นไป

โครงการ “หนูน้อยวิศวกร อัจฉริยะสร้างได้ตั้งแต่เด็ก”เป็นโครงการพัฒนาวิชาการ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดการอบรม Fundamental Digital Cobot เพื่อส่งเสริมด้านสติปัญญา ให้เด็กอายุ 7-12 ปี ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การวางแผน การลองผิดลองถูก การแก้ปัญหาทางด้านวิศวกรรม ผ่านการลงมือปฎิบัติจริง โดยดำเนินการในช่วง 1 มกราคม 2564 – 31 กรกฎาคม 2566 นั้น นักเรียนเข้ามาเรียนใน Level 1: Fundamental Digital Cobot จำนวน 190 คนและ Level 2: Digital Cobot Beginning จำนวน 63 คน เพื่อต่อยอดให้ทักษะการแก้ปัญหา เฉพาะหน้า การทำงานเป็นทีม อีกทั้งเป็นการปลูกฝังเด็กที่มีความสามารถและพัฒนาตนเอง เพื่อนำไปสู่การแข่งขัน ในระดับที่สูงขึ้น จึงจัดทำโครงการการแข่งขัน Thailand Cobot Challenge 2023 ด้วยอุปกรณ์ AGV สิ่งประดิษฐ์ Fundamental Digital Cobot ขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2566

การแข่งขัน Thailand Cobot Challenge 2023 ในครั้งนี้จะทำให้สามารถเด็กมีความสนใจในทักษะการ สร้างสิ่งประดิษฐ์มากขึ้น และมีกระบวนการพัฒนาทักษะนี้อย่างต่อเนื่องภายใต้กิจกรรมจัดการแข่งขันในโครงการนี้ และการแข่งขันนี้สามารถประชาสัมพันธ์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีบุคลากรและองค์ความรู้ที่โดดเด่นในทักษะทางวิศวกรรม และการสร้างสิ่งประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมที่สามารถนำมาถ่ายทอดให้กับเด็กผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

  1. ผู้รับผิดชอบโครงการ
    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พัชรี โตแก้ว ทองรัตนะ
  2. กลุ่มเป้าหมาย (ระบุกลุ่มเป้าหมายผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมจำนวน)
    4.1 คณาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 10 คน
    4.2 นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ชั้นปีที่ 2-3-4 จำนวน 40 คน
    4.3 เด็กอายุ 7-12 ปี ได้เข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 60 คน
    4.4 ผู้ปกครองและบุคคลทั่วไปเข้าร่วมงาน จำนวน 500 คน
    4.5 บุคลากรทางการศึกษา ครู อาจารย์โรงเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จำนวน 20 คน
  3. ระยะเวลาดำเนินงาน
    วันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2566 เวลา 9:00 – 16:00 น.
  4. สถานที่ดำเนินงาน
    อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ
  5. รายละเอียดกิจกรรม (ระบุกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และค่าเป้าหมายตัวชี้วัด)
    7.1 เปิดรับสมัครเด็ก 7-12 ปี ในการเข้าการแข่งขัน
    7.2 ประกาศผลการคัดเลือกเด็กเข้าร่วมการแข่งขัน
    7.3 จัด workshop ให้เด็กที่เข้าการแข่งขันได้ฝึกสนามการแข่ง
    7.4 จัดการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2566 โดยรางวัลแยกเป็น 2 ช่วงอายุ คือ อายุ 7-9 ปี และ อายุ 10-13 ปี และ 2 รูปแบบ คือ แบบทีม และ แบบเดี่ยว ดังตาราง

8.งบประมาณ
8.1 ประมาณการรายได้
1) เงินสนับสนุนจากภายนอก 1,000,000.00 บาท
2) เงินรายได้ 2.75% โครงการหนูน้อยวิศวกร อัจฉริยะสร้างได้ตั้งแต่เด็ก ระเบียนเลขที่ 00085/64
92,790.50 บาท
รวม 1,092,790.50 บาท
8.2 ประมาณการค่าใช้จ่าย
1) ค่าสถานที่อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ 40,000 บาท
2) ค่าสื่อการตกแต่งสถานที่ 200,000 บาท
3) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 10,000 บาท
4) ค่าอุปกรณ์จัดทำสนามแข่ง 200,000 บาท
5) ค่าตอบแทนในการทำสนามแข่งขัน 50,000 บาท
6) ค่าตอบแทนนิสิต 40 คน คนละ 500 บาทต่อวัน จำนวน 2 วัน 40,000 บาท
7) ค่าวัสดุอื่น ๆ ในการดำเนินการแข่งขัน 50,000 บาท
8) เงินรางวัลผู้ชนะการแข่งขัน 60,000 บาท
9) ค่าประชาสัมพันธ์ 200,000 บาท
10) ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 100,000 บาท
รวม 950,000 บาท
(ขอถัวเฉลี่ยทุกรายการ)

  1. ผลที่คาดว่าจะได้รับ (ระบุผลลัพธ์ หรือผลกระทบจากการดำเนินโครงการตามวัตถุประสงค์)
    9.1 สร้างให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และมีผลงานดีเยี่ยม
    9.2 นิสิตได้มาเรียนรู้การทำงานภายใต้โครงการนี้ได้มีการพัฒนาทักษะการแข่งขันไปพร้อมเด็ก
    9.3 การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีบุคลากรและ
    องค์ความรู้ที่โดดเด่นในทักษะทางวิศวกรรมและการสร้างสิ่งประดิษฐ์