เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ได้พา น.ส.มิรา ดุรงคชยานุรักษ์ ผู้เสียหาย อดีตแฟนสาวของนายสัมฤทธิ์ ริมเถื่อน หรือ “เสือ ดุสิต” ซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอคุ้มครองพยาน เนื่องจากกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย โดยมี น.ส.จิฬาภรณ์ ตามชู กฤษณสุวรรณ ผอ.สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญากระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนรับเรื่อง

โดย กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้ (4 มิ.ย. 69) ตนได้พาน้องมิรา ไปแจ้งความและตรวจร่างกาย วันนี้จึงมาที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะด้วยเห็นว่าคู่กรณีก็ได้ไปพบพนักงานสอบสวนที่ สภ.คลองหลวง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นสิทธิของเขาที่ต้องไปต่อสู้เอา ส่วนกรณีที่บอกว่าน้องผู้เสียหายไปทำผู้ชายก่อนนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าทุกคนคงเห็นหน้าเขากับหน้าน้องแล้ว ตัวเขาเองหน้าใส แต่มีสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนเดิม คือ มีผมขึ้นมาข้างๆ ซึ่งปกติจะเห็นเขาโกนหัว

แต่ถ้าดูน้องผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายกลับมีบาดแผลตั้งแต่ตาตุ่มจนถึงลูกตา ถึงศีรษะ มีแต่สีช้ำม่วงเพราะโดนอย่างหนัก ก็อยากให้ทุกคนตัดสินดู อย่างคราวที่แล้วก็รุมคนแก่ โดยให้เหตุผลว่าปกป้องผู้หญิง ปกป้องน้อง แต่มาวันนี้กลับมาทำน้องเสียเอง แล้วยังอ้างว่าน้องเป็นคนเริ่มก่อนอีก และตอนที่น้องเข้ารักษาพยาบาล ตนก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นเงินส่วนตัวที่จ่ายไปตลอด 4 วัน ไม่มีใครมาติดต่อเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้น้องเลย วันนี้น้องเสียโฉมทำงานไม่ได้ เดินไปไหนมาไหนก็กลัวว่าจะมีคนตามมาทำร้าย วันนี้จึงมาขอความช่วยเหลือในเรื่องของการขอคุ้มครองพยาน

ด้านน้องมิรา เผยว่า วันนี้ตนรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยขึ้น จึงอยากฝากถึงคู่กรณีว่าอยากให้เขาได้คิดทบทวนในสิ่งที่ทำ เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่มีคำขอโทษจากคู่กรณีมาเลย และอย่าโทษแต่คนอื่น อย่างไรก็ตาม ตนต้องใช้หน้าตาทำงาน แต่การที่ตนถูกกระทำจนหน้าตาเป็นแบบนี้ ตนจะไปทำงานได้อย่างไร และถ้าวันนี้ไม่ได้พี่กัน จอมพลัง มาช่วยก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตอย่างไร ยืนยันว่าจะไม่คุยหรือยอมความใดๆ กับคู่กรณี

ส่วนที่วานนี้ (4 มิ.ย. 69) ทางนายเสือ ดุสิต ได้มีการพูดออกมาว่า “หน้าตัวเมีย” นั้น กัน จอมพลัง เผยว่า เขาคงพูดถึงตัวเอง เพราะพฤติกรรมแบบนี้ทุกคนคงรู้ว่าสิ่งที่เขาทำ เขาหมายถึงใคร ทั้งนี้ ต้องบอกว่าการที่น้องผู้เสียหายกล้าออกมาทวงความยุติธรรม ตนก็อยากให้ผู้หญิงทุกคนออกมาเป็นกำลังใจให้น้องด้วย และต้องถามกลับไปถึงคู่กรณีว่าวันนี้คุณโทษตัวเองบ้างหรือยัง คุณมีเหตุผลอ้างตลอด ให้หันกลับมามองตัวเองบ้าง.