สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ว่า จากกรณีหนังสือพิมพ์ “เลส์ เอโคส์” และเว็บไซต์ “โพลิติโค” เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ซึ่งให้สัมภาษณ์ระหว่างเยือนจีนอย่างเป็นทางการ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ายุโรปต้องเพิ่มความเป็นเอกภาพ ในการลงทุนด้านอุตสาหกรรมทางทหาร การพัฒนาด้านนิวเคลียร์ พลังงานหมุนเวียน และลดการพึ่งพิงเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจำกัดการพึ่งพิงแต่รัฐบาลวอชิงตัน และภาคธุรกิจของอเมริกา
เกี่ยวกับสถานการณ์ข้ามช่องแคบ ที่หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวัน ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวว่า ยุโรปไม่ควรเร่งขับเคลื่อนความขัดแย้ง แต่ควรแสดงบทบาทในฐานะ “ทางเลือกที่สาม” ระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ หมายความว่า ยุโรป “ต้องไม่เต้นตาม” ทั้ง “การใช้จังหวะทางการเมืองของสหรัฐ” และ “และการแสดงออกที่มากเกินไปของจีน” พร้อมทั้งย้ำว่า นโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงของยุโรป “ต้องเป็นอิสระ” การเป็นพันธมิตร “ไม่ใช่ข้ารับใช้”
Macron insists France won't be US 'vassal' on Taiwan amid 'status quo' controversy
— FRANCE 24 English (@France24_en) April 12, 2023
➡️ https://t.co/H22T4lPwHy pic.twitter.com/H5TmOyv3DS
มาครงกล่าวถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ระหว่างการเยือนเนเธอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา จุดยืนของฝรั่งเศสและยุโรปในเรื่องไต้หวัน “ไม่เปลี่ยนแปลง” นั่นคือ การรักษา “สถานะเดิม” ของไต้หวัน ควบคู่ไปกับการยึดมั่นต่อหลักการ “จีนเดียว” ซึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างฝรั่งเศสกับจีน และเขากล่าวเรื่องนี้กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ระหว่างการพบหารือที่มหาศาลาประชาชน ในกรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วย
???????????? President Emmanuel outlines France's commitment to working with the Netherlands and the EU, but says that being allies doesn't mean being "vassal".
— FRANCE 24 English (@France24_en) April 12, 2023
Macron also said France's position on Taiwan has not changed and that he favoured the current "status quo" ⤵️ pic.twitter.com/iMvcBy0Fsm
อย่างไรก็ตาม การที่มาครงไม่ได้กล่าวเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ระหว่างการแถลงร่วมกับสี เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ด้านนายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตต์ ผู้นำเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า “ความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก” ระหว่างสหรัฐกับยุโรป “ยังคงเป็นไปด้วยดี” รัฐบาลวอชิงตันถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญทั้งในเรื่องเสรีภาพและความมั่นคง ทว่าในเวลาเดียวกัน ยุโรปต้องเปิดกว้าง และสามารถพัฒนาความสัมพันธ์กับภูมิภาคอื่นบนโลก เพื่อเป็น “ผู้เล่น” ไม่ใช่ “สนามประลอง”.
เครดิตภาพ : REUTERS



