สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ว่า องค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) รายงานการพบผู้ติดเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก ในอิเควทอเรียลกินี ประเทศที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของทวีปแอฟริกา เพิ่มอีก 6 คน ทำให้สถิติผู้ป่วยสะสมตอนนี้อยู่ที่อย่างน้อย 15 คน นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 11 ราย
ข้อมูลจากดับเบิลยูเอชโอ ระบุว่า ผู้ได้รับเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก จะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง ตามด้วยอาการตกเลือด และภาวะไตวาย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มากกว่า 80% ของผู้ติดเชื้อ จะเสียชีวิตภายในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ส่วนอาการน่าสังเกตอื่น รวมถึง ปวดศีรษะ ปวดบริเวณช่องท้อง อาเจียนเป็นเลือด และท้องร่วง
Equatorial Guinea confirms six more Marburg cases https://t.co/MfRFehM5l0 pic.twitter.com/vxuPxv8Pre
— Reuters (@Reuters) April 15, 2023
ทั้งนี้ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กติดต่อถึงกันได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง และการติดเชื้อจากสัตว์ป่า เช่น ลิง โดยยังไม่มีวัคซีนป้องกันและการรักษาจำเพาะ นอกจากนี้ เชื้อไวรัสมาร์เบิร์กยังมีระยะฟักตัวที่สั้นเพียง 14 วัน เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อไวรัสอีโบลา ซึ่งใช้เวลา 21 วัน โดยไข้เลือดออกที่เกิดจากเชื้อไวรัสอีโบลา และเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก รวมเรียกว่า ไข้เลือดออกแอฟริกัน ( African Hemorrhagic Fever )
อนึ่ง การแพร่ระบาดใหญ่ของเชื้อไวรัสมาร์เบิร์ก ซึ่งยืนยันโดยของดับเบิลยูเอชโอ ได้แก่ ที่เยอรมนี เมื่อปี 2510 มีผู้ป่วยสะสม 29 คน และเสียชีวิต 7 ราย ตามด้วยสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( ดีอาร์คองโก ) ระหว่างปี 2541-2543 มีผู้ป่วยสะสม 154 คน และเสียชีวิต 128 ราย ตามด้วยยูกันดา เมื่อปี 2548 มีผู้ติดเชื้อสะสม 374 คน และเสียชีวิต 329 ราย และเกิดขึ้นอีกครั้งในยูกันดา เมื่อปี 2560 พบผู้ป่วย 3 ราย และทุกคนเสียชีวิต.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



