สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 17 เม.ย. ว่าโครงการอาหารโลก (ดับเบิลยูเอฟพี) ซึ่งเป็นหนึ่งในทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศระงับภารกิจในซูดานอย่างไม่มีกำหนด หลังเจ้าหน้าที่ของดับเบิลยูเอฟพีเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน จากการปะทะกันอย่างดุเดือด ระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ที่ปะทุเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บทั้งหมดมีสัญชาติใด
Aid workers should never be a target. All parties in #Sudan must come to an agreement that ensures the safety of humanitarian staff — and enables @WFP & partners to deliver the life-saving humanitarian assistance that the people of Sudan so desperately need.
— Cindy McCain (@WFPChief) April 16, 2023
ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องการหยุดยิง “ในระยะยาว” เนื่องจากแม้มีรายงานว่า ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกับสำนักงานยูเอ็นประจำซูดาน ในการหยุดยิงเป็นเวลา 3 ชั่วโมง เมื่อวันอาทิตย์ แต่สถานการณ์สู้รบภาคสนามกลับตรงกันข้าม โดยจำนวนผู้เสียขีวิตเพิ่มเป็นประมาณ 100 ราย รวมเจ้าหน้าที่ดับเบิลยูเอฟพีทั้งสามคนด้วย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,000 คน ตามรายงานของสหภาพบุคลากรการแพทย์ซูดาน

ทั้งนี้ อาร์เอสเอฟอ้างการยึดทำเนียบประธานาธิบดี สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ สนามบิน และบ้านพักของผู้บัญชาการกองทัพ ทว่ากองทัพยืนกรานปฏิเสธ โดย พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซูดาน และประธานสภาอธิปไตย หรือคณะผู้ปกครองประเทศ กล่าวว่า อาร์เอสเอฟควรเป็นฝ่ายถอย แล้วกลับไปยังฐานที่มั่นของตัวเอง และยืนยันว่า ทั้งกองทัพและรัฐบาลจะไม่เจรจากับอาร์เอสเอฟ จนกว่าอีกฝ่ายจะยุบตัวเอง หรือมีคำสั่งศาลให้ยุบ
Here's what you need to know about the Rapid Support Forces paramilitary group currently engaged in fierce fighting with Sudan’s military ⤵️
— Al Jazeera English (@AJEnglish) April 16, 2023
????: https://t.co/E2JI5qdLMD pic.twitter.com/JYjku898GE
ด้าน พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” ผู้บัญชาการอาร์เอสเอฟ และรองประธานสภาอธิปไตย ประณาม พล.อ.บูร์ฮาน เป็นอาชญากรและ “คนโกหก”
อนึ่ง กองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟขัดแย้งกันมานานระยะหนึ่งแล้ว แม้ร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562 โดยอาร์เอสเอฟกล่าวหากองทัพซูดาน “พยายามรัฐประหารตัวเอง” เพื่อส่งผลให้การลงนามร่วมกันระหว่างคณะผู้ปกครองและพรรคการเมือง ในข้อตกลงซึ่งนานาชาติให้ความสนับสนุน เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป “ภายในเดือน ก.ค. 2566” ยังคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้.
เครดิตภาพ : REUTERS



