เมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2566 ทีมอัยการแห่งนิวยอร์กเผยว่า พีชเชส สเตอร์โก หญิงสาววัย 36 ปี จากฟอลริดา ผู้ต้องหาในคดีหลอกลวงและฉ้อโกงทรัพย์ด้วยการทำธุรกรรมผ่านระบบ ยอมรับสารภาพผิดต่อหน้าศาล ว่าเธอได้หลอกลวงชายวัย 87 ปี ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยหวังทรัพย์สิน ซึ่งเขาได้ส่งเงินให้เธอไปแล้วถึง 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 96 ล้านบาท

เดเมียน วิลเลียมส์ จากทีมอัยการรัฐ กล่าวในแถลงการณ์ว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและน่าสลดใจ สเตอร์โก ใช้เงินหลายล้านที่เธอหลอกลวงจากคุณปู่ เพื่อไลฟ์สไตล์อันหรูหรา เช่น ซื้อบ้านในย่านเศรษฐี, รถยนต์ราคาแพง, ไปเที่ยวและเข้าพักในโรงแรมหรูระดับห้าดาว และซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าของเงินต้องสูญเสียอพาร์ตเมนต์ ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเขา

สเตอร์โก พบกับคุณปู่ผู้นี้ผ่านทางเว็บไซต์หาคู่เมื่อหลายปีก่อน โดยใช้ชื่อปลอมว่า ‘อลิซ’ จากนั้น เธอก็เริ่มออกปากขอยืมเงินฝ่ายชายในปี 2560 โดยอ้างว่า เพื่อจ่ายค่าทนายความในการดำเนินการ เพื่อรับกองทุนและทรัพย์สินจากการชนะคดี ซึ่งไม่มีอยู่จริง

พีเชส สเตอร์โก สาวนักต้มตุ๋นผู้สูงวัย จนได้เงินไป 2.8 ล้านดอลลาร์

ในความเป็นจริง คือไม่มีการฝากเงินกองทุนใด ๆ เข้ามาในบัญชีธนาคารของเธอเลย แต่เธอก็ยังคงขอเงินจากชายชรามาเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 4 ปีครึ่ง คุณปู่ผู้โชคร้ายเขียนเช็คสั่งจ่ายเงินให้เธอทั้งหมด 62 ฉบับ รวมเป็นเงิน 2.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

นอกจากนี้ สเตอร์โก ยังปลอมตัวเป็นพนักงานธนาคาร และปลอมเอกสารใบเรียกเก็บเงินจากธนาคาร เพื่อล่อลวงคุณปู่ให้หลงเชื่ออีกด้วย

หลังจากหลอกเงินมาได้ สเตอร์โก ก็นำไปใช้จ่ายเพื่อซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม เช่น หลุยส์ วิตตอง และ แอร์เมส เธอยังซื้อเรือและรถยนต์หลายคัน, ไปเที่ยวต่างประเทศอย่างหรูหรา และพักในโรงแรมแพง ๆ เช่น โรงแรมริตซ์-คาร์ตัน 

ส่วนคุณปู่ผู้ตกเป็นเหยื่อนั้น สูญเสียเงินเก็บสะสมตลอดชีวิตไปทั้งหมด รวมทั้งอพาร์ตเมนต์ที่ใช้อยู่อาศัยของตนเอง

สเตอร์โก ยอมรับสารภาพผิด และตกลงที่จะจ่ายเงินชดใช้เป็นจำนวน 2,830,775 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 97.14 ล้านบาท) รวมทั้งยินยอมให้ริบเสื้อผ้าและเครื่องใช้แบรนด์เนมที่เธอซื้อมา นอกจากนี้ เธอยังต้องรับโทษจำคุก 20 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. ที่จะถึงนี้

แหล่งข่าว : foxnews.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES