สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่า นายโฟลเคอร์ เพอร์ธีส์ ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำซูดาน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบอย่างดุเดือด ระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ที่ยืดเยื้อตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 185 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,800 คน
Fighting between the army and the paramilitary Rapid Support Forces in Sudan has killed at least 185 people and injured more than 1,800, the United Nations envoy to Sudan said https://t.co/mu372yV9pN pic.twitter.com/wcoyLOeY1p
— Reuters (@Reuters) April 18, 2023
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงประสงค์สู้รบกันอย่างดุเดือด และแนวโน้มของการเจรจายังคงห่างไกล แม้มีการเห็นพ้องหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมนาน 3 ชั่วโมง เมื่อวันอาทิตย์ แต่แทบไม่ประสบผล ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า อียิปต์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กำลังเร่งดำเนินการจัดทำข้อตกลงหยุดยิง
Fighting has erupted in Sudan as powerful rival military factions battle for control. Here is what's at stake for international powers, including Russia, the US and gulf nations, in the crisis https://t.co/ojqk4x4Rzb pic.twitter.com/3oMrnOTfdU
— Reuters (@Reuters) April 18, 2023
ขณะที่ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซูดาน และประธานสภาอธิปไตย หรือคณะผู้ปกครองประเทศ ยืนยันยังคงอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย ภายในทำเนียบประธานาธิบดี และประกาศให้อาร์เอสเอฟ “เป็นกบฏ” พร้อมทั้งย้ำให้อีกฝ่ายล่าถอย แล้วกลับไปยังฐานที่มั่นของตัวเอง และยืนยันว่า ทั้งกองทัพและรัฐบาลจะไม่เจรจากับอาร์เอสเอฟ จนกว่าอีกฝ่ายจะยุบตัวเอง หรือมีคำสั่งศาลให้ยุบ

ด้าน พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” ผู้บัญชาการอาร์เอสเอฟ และรองประธานสภาอธิปไตย ประณาม พล.อ.บูร์ฮาน “เป็นอาชญากร” ที่สังหารพลเรือนซูดาน อนึ่ง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของ พล.อ.ดากาโล แม้กองทัพซูดานยังคงได้เปรียบอยู่มาก เนื่องจากมีกองทัพอากาศ แต่การเคลื่อนที่เร็วของอาร์เอสเอฟ ทำให้การรวมพลตามพื้นที่หลายแห่งเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่า
อนึ่ง กองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟขัดแย้งกันมานานระยะหนึ่งแล้ว แม้ร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562 โดยอาร์เอสเอฟกล่าวหากองทัพซูดาน “พยายามรัฐประหารตัวเอง” เพื่อส่งผลให้การลงนามร่วมกันระหว่างคณะผู้ปกครองและพรรคการเมือง ในข้อตกลงซึ่งนานาชาติให้ความสนับสนุน เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป “ภายในเดือน ก.ค. 2566” ยังคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากหนึ่งในเงื่อนไข รวมถึงการที่อาร์เอสเอฟต้องผนวกเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ.
เครดิตภาพ : REUTERS



