สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่า นายโฟลเคอร์ เพอร์ธีส์ ผู้แทนพิเศษสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำซูดาน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบอย่างดุเดือด ระหว่างกองทัพซูดานกับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ) ซึ่งเป็นกองกำลังกึ่งทหาร ที่ยืดเยื้อตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 185 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 1,800 คน


สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ทั้งสองฝ่ายยังคงประสงค์สู้รบกันอย่างดุเดือด และแนวโน้มของการเจรจายังคงห่างไกล แม้มีการเห็นพ้องหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมนาน 3 ชั่วโมง เมื่อวันอาทิตย์ แต่แทบไม่ประสบผล ในเวลาเดียวกัน มีรายงานว่า อียิปต์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) กำลังเร่งดำเนินการจัดทำข้อตกลงหยุดยิง


ขณะที่ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของซูดาน และประธานสภาอธิปไตย หรือคณะผู้ปกครองประเทศ ยืนยันยังคงอาศัยอยู่อย่างปลอดภัย ภายในทำเนียบประธานาธิบดี และประกาศให้อาร์เอสเอฟ “เป็นกบฏ” พร้อมทั้งย้ำให้อีกฝ่ายล่าถอย แล้วกลับไปยังฐานที่มั่นของตัวเอง และยืนยันว่า ทั้งกองทัพและรัฐบาลจะไม่เจรจากับอาร์เอสเอฟ จนกว่าอีกฝ่ายจะยุบตัวเอง หรือมีคำสั่งศาลให้ยุบ

ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงความเสียหายของพื้นที่รอบท่าอากาศยานนานาชาติคาร์ทูม ในกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน


ด้าน พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” ผู้บัญชาการอาร์เอสเอฟ และรองประธานสภาอธิปไตย ประณาม พล.อ.บูร์ฮาน “เป็นอาชญากร” ที่สังหารพลเรือนซูดาน อนึ่ง จนถึงตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของ พล.อ.ดากาโล แม้กองทัพซูดานยังคงได้เปรียบอยู่มาก เนื่องจากมีกองทัพอากาศ แต่การเคลื่อนที่เร็วของอาร์เอสเอฟ ทำให้การรวมพลตามพื้นที่หลายแห่งเป็นไปด้วยความรวดเร็วกว่า


อนึ่ง กองทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟขัดแย้งกันมานานระยะหนึ่งแล้ว แม้ร่วมกันทำรัฐประหาร ล้มประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เมื่อปี 2562 โดยอาร์เอสเอฟกล่าวหากองทัพซูดาน “พยายามรัฐประหารตัวเอง” เพื่อส่งผลให้การลงนามร่วมกันระหว่างคณะผู้ปกครองและพรรคการเมือง ในข้อตกลงซึ่งนานาชาติให้ความสนับสนุน เพื่อจัดการเลือกตั้งทั่วไป “ภายในเดือน ก.ค. 2566” ยังคงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากหนึ่งในเงื่อนไข รวมถึงการที่อาร์เอสเอฟต้องผนวกเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ.

เครดิตภาพ : REUTERS