วานนี้ (30 มี.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานราคาเฉลี่ยของน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ตามข้อมูลจากสมาคมยานยนต์อเมริกัน จากแกลลอนละ 2.98 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 98 บาท เทียบได้กับลิตรละ 25.89 บาท) ในช่วงต้นเดือนมีนาคมมาเป็นแกลลอนละ 3.99 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 131 บาท เทียบได้กับลิตรละ 34.60 บาท) ในวันที่ 30 มีนาคม ถือเป็นการปรับราคาขึ้นที่เร็วที่สุดในรอบหลายปี นับตั้งแต่ปี 2565 โดยมีสงครามอิหร่านเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันพุ่งสูง
ก่อนที่จะเกิดการพุ่งสูงขึ้นในครั้งนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยเคยอยู่ในระดับต่ำกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐติดต่อกันนานถึง 3 เดือนเต็ม ซึ่งถือเป็นช่วงราคาในระดับ 2 ดอลลาร์สหรัฐที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งขึ้นสูงในเดือนมีนาคมนี้ถือเป็นการเพิ่มราคาขึ้นภายใน 30 วันที่รวดเร็วที่สุดในรอบกว่า 5 ปี สะท้อนให้เห็นว่าต้นทุนพลังงานถีบตัวสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบ ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสหรัฐพุ่งขึ้นสูง ได้แก่ สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน, การปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่าน และช่วงเวลาที่สหรัฐกำลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ชาวอเมริกันจะมีความต้องการใช้น้ำมันสูงขึ้นเนื่องจากเป็นฤดูกาลยอดนิยมในการขับรถเพื่อเดินทางท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันในแต่ละรัฐยังคงแตกต่างกันตามปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น ภาษีน้ำมันและค่าธรรมเนียมของแต่ละรัฐ, ระยะทางที่อยู่ห่างจากโรงกลั่นหรือโครงข่ายท่อส่งน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อค่าขนส่ง และกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมประจำรัฐ เช่น รัฐแคลิฟอร์เนียจะกำหนดให้ใช้น้ำมันสูตรผสมที่เผาไหม้สะอาดกว่าปกติ ซึ่งมีโรงกลั่นเพียงไม่กี่แห่งที่ผลิตได้ ทำให้ราคาสูงกว่าที่อื่นอย่างต่อเนื่อง
Gas prices in the US rose to $4.10 per gallon last week, their highest level since August 2022.
— Charlie Bilello (@charliebilello) March 29, 2026
The 33% increase over the last 4 weeks ($3.07/gallon to $4.10/gallon) is the biggest 4-week spike we've seen in the past 30 years. pic.twitter.com/NLgzDg8Uzj
These AAA charts show the average price of gas (petrol) in the US and the considerable differences between states.
— Mohamed A. El-Erian (@elerianm) March 29, 2026
While the national average for regular sits at $3.98, drivers in California are seeing nearly $6 on average, while in Oklahoma, it is just below $3.30.
Location… pic.twitter.com/leuLG1jygY
สำหรับรัฐที่น้ำมันเชื้อเพลิงทั่วไป (ไม่รวมน้ำมันเกรดพรีเมียมและน้ำมันดีเซล) มีราคาถูกที่สุดในตอนนี้ได้แก่รัฐแคนซัสและโอคลาโฮมา โดยขายที่แกลลอนละ 3.26 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 107.20 บาท หรือลิตรละ 28.32 บาท) ตามมาด้วยไอโอวาขายแกลลอนละ 3.28 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 107.90 บาท หรือลิตรละ 28.50 บาท), เนแบรสกาคิดแกลลอนละ 3.36 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 110.58 บาท หรือลิตรละ 29.21 บาท) และเซาท์ดาโกตาคิดแกลลอนละ 3.39 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 111.55 บาท หรือลิตรละ 29.47 บาท)
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมเป็นต้นมา ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 50 รัฐในสหรัฐมีราคาเฉลี่ยสูงกว่า 3 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 98.73 บาท) ต่อแกลลอนทั้งหมด
ส่วนรัฐที่มีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแพงที่สุด โดยมีราคาเฉลี่ยเกิน 5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 164.56 บาท) ต่อแกลลอน ได้แก่ แคลิฟอร์เนีย ขายในราคาแกลลอนละ 5.88 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 193.39 บาท หรือลิตรละ 51.09 บาท) ตามด้วยฮาวายขายในราคาแกลลอนละ 4.89 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 160.78 บาท หรือลิตรละ 42.47 บาท) และวอชิงตันมีราคาแกลลอนละ 4.74 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 147.01 บาท หรือลิตรละ 38.84 บาท)
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายรัฐ เช่น เนวาดา, ออริกอน, แอริโซนา รวมถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ที่น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาขายเฉลี่ยเกิน 4 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 131.52 บาท) ต่อแกลลอน หรือมากกว่า 37 บาทต่อลิตร
เครดิตภาพ : AFP



