สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลียและกองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลียออกแถลงการณ์ร่วมกัน ว่าหญิงชาวฝรั่งเศสวัย 31 ปี ขึ้นศาลแขวงเมืองเพิร์ท เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังถูกตั้งข้อหาว่า ลักลอบนำเข้ายาเสพติดควบคุม ซุกซ่อนอยู่ภายในขวดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลียเรียกตรวจสัมภาระของหญิงคนดังกล่าวเป็นพิเศษ เมื่อเธอเดินทางมาถึงท่าอากาศยานนานาชาติเพิร์ท ด้วยเที่ยวบินจากไทย เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 โดยผู้ต้องหารายนี้ พำนักอยู่ในย่านแมนนิง ของเมืองเพิร์ท
ระหว่างการตรวจสอบสัมภาระ เจ้าหน้าที่พบบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่มีฉลากระบุว่า “ครีมอาบน้ำ” แต่เมื่อนำของเหลวดังกล่าวไปทดสอบ ผลตรวจระบุว่าเป็นสารบิวเทนไดออล ปริมาณ 50 กรัม ซึ่งเป็นยาเสพติดควบคุมตามกฎหมายออสเตรเลีย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของหญิงคนดังกล่าว และพบภาพถ่ายที่บ่งชี้ว่า เธออาจใช้วิธีซุกซ่อนยาเสพติดไว้ภายในร่างกาย จึงส่งตัวเธอให้แก่ตำรวจ ซึ่งในเวลาต่อมา หญิงคนดังกล่าวขับถ่ายยาเม็ดสเตียรอยด์จำนวน 40 เม็ด ออกมาจากร่างกาย เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดไว้เพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์
เธอถูกตั้งข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดภายใต้การควบคุมชายแดนในปริมาณเพื่อการค้า อันเป็นความผิดตามมาตรา 307.2 แห่งประมวลกฎหมายอาญาออสเตรเลีย ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดคือ จำคุก 25 ปี
อนึ่ง บิวเทนไดออล เป็นสารเคมีตัวทำละลายที่มีอันตรายอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกเปลี่ยนเป็นสาร แกมมา-ไฮดรอกซีบิวทีเรต ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์กดประสาท และเพียงได้รับในปริมาณไม่กี่มิลลิกรัมอาจทำให้เสียชีวิตได้
ออสเตรเลียจึงประกาศให้บิวเทนไดออลเป็นยาเสพติดควบคุมตามกฎหมาย ตั้งแต่ปี 2567 ดังนั้น การลักลอบนำเข้าสารชนิดดังกล่าวจึงถือเป็นความผิดร้ายแรง ในระดับเดียวกับการลักลอบนำเข้าเมทแอมเฟตามีน เฮโรอีน และโคเคน.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : Australian Border Force



