เมื่อวันที่ 18 เม.ย.นายเศรษฐศิษฏ์ ณุวงค์ศรี ประธานเครือข่ายคนรักษ์อาชีวศึกษาแห่งประเทศไทย (ค.ร.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลได้อยู่ในรูปแบบรัฐบาลรักษาการ ซึ่งในวันที่ 14 พ.ค.นี้จะมีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้น ซึ่งเท่าที่ตนได้ติดตามนโยบายการศึกษาของแต่ละพรรคการเมืองพบว่า นโยบายการศึกษาของพรรคการเมืองแต่ละพรรคมุ่งพัฒนากำลังคนให้ตรงกับสมรรถนะ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต ดังนั้นเครือข่ายค.ร.อ.ท.จึงอยากให้พรรคการเมืองได้สนับสนุนการขับเคลื่อนการจัดการอาชีวศึกษาด้วย เพราะอาชีวศึกษาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ อีกทั้งอยากให้เห็นรัฐมนตรีศึกษาที่มีความรู้ความสามรรถและมีความเชี่ยวชาญได้ให้ความสำคัญการจัดการอาชีวศึกษาอย่างแท้จริงด้วย เพราะจะส่งผลให้การอาชีวศึกษาได้รับความสนใจและพัฒนาแข่งขันสู่เวทีนานาชาติได้
นายเศรษฐศิษฏ์ กล่าวต่อไปว่า เครือข่ายค.ร.อ.ท.อยากเห็นอาชีวศึกษาได้พัฒนาระบบการจัดการศึกษาทวิภาคีเหมือนประเทศเยอรมนี ที่การเรียนอาชีวศึกษาได้รับความสนใจจากประชาชนและผู้ปกครองและส่งบุตรหลานให้เรียนสายอาชีพเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการเรียนแบบทวิภาคีทำให้ผู้เรียนมีทักษะตรงกับสถานประกอบการ รวมถึงได้รับการรับรองที่เป็นมาตรฐานสากลด้วย อีกทั้งผู้ที่เรียนจบอาชีวศึกษาจะได้รับค่าตอบแทนที่สูงมาก ดังนั้นจึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนใหม่ได้เข้ามายกระดับการเรียนอาชีวศึกษาทั้งระบบและสร้างความเข้มแข็งให้แก่อาชีวศึกษาด้วย ทั้งนี้ค.ร.อ.ท.ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ได้สนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาอาชีวศึกษา และการแก้ไขพ.ร.บ.การอาชีวศึกษา พ.ศ. 2551รวมถึงสร้างความเสมอภาคให้แก่ชาวอาชีวศึกษาอย่างเท่าเทียม



