เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรางานว่า หลังจากที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายในเรื่องของการกวดขันวินัยจาจรในช่วง 7 วันอันตรายของเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 66 ทั้งนี้ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ของ จ.พะเยา ทาง พล.ต.ต.วรากร อยู่อย่างไท ผบก.ภ.จว.พะเยา ได้มีการสั่งกำชับในเรื่องของการป้องในเหตุการณ์กระทำผิดทุกรูปแบบ ทั้งท้องถนนและเหตุอาชญากรรมอื่น ๆ ที่อาจจะมีตามมา

พล.ต.ต.วรากร กล่าวว่า สำหรับภาพรวมของพื้นที่ทั้ง 9 อำเภอ ภายใน จ.พระเยา ปีนี้ถือว่าดีพอสมควร ด้วยเพราะตัวเลขของผู้กระทำผิดบนท้องถนนลดลง อีกทั้งในส่วนของอุบัติเหตุนั้นมีเพียง 47 ครั้งที่เกิดขึ้น อีกทั้งผู้เสียชีวิตมี 1 ราย ซึ่งตัวเลขสถิติลดจาก 1-2 ปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด โดยปีที่แล้วพบมีเสียชีวิตถึง 4 ราย นอกจากนี้ในส่วนขอเหตุทะเลาะวิวาทนั้นมีบ้างประปราย แต่ไม่ถึงกับขั้นมุ่งเอาชีวิต โดยส่วนใหญ่จะตกลงและเคลียร์กันได้ในที่สุด ทั้งนี้ตนได้เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่เฝ้าติดตามทุกการประทำผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียในทุกด้านโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ต่างก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ รวมทั้งยังมีการทำงานบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าทั้งทางอำเภอและทหาร รวมทั้งผู้นำชุมชนในทุกพื้นที่อีกด้วย ทำให้สถานการณ์ของช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ดูสงบเรียบร้อยดี
ด้าน พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผกก.สภ.เชียงคำ กล่าวเสริมว่า ในพื้นที่ของ อ.เชียงคำ นั้น ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการบังคับใช้กฎหมายนั้น พบผู้กระทำผิดทั้งหมด 195 ราย โดยแยกเป็นเมาสุราในขณะขับขี่ทั้งรถยนต์-รถจักรยานยนต์ 42 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 50 ราย ไม่พกใบอนุญาตขับขี่ 95 ราย ซึ่งในบางเหตุการณ์ยังมีในเรื่องของการทำร้ายและขัดขวางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งตัวผู้กระทำผิดรายนี้ เป็นลูกของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เชียงคำ โดยตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างต่อผู้พบเห็นในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนของการเกิดอุบัติเหตุนั้น ปีนี้เป็นที่น่ายินดีด้วย เพราะไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว แต่ในช่วงของตั้งด่านกวดขันนั้น มีมาในเรื่องของการโทรศัพท์มาขอตนให้ปล่อยตัว ไม่ว่าจะเป็นญาติ ลูก หลาน โดยคนที่โทรฯ มาหาตนนั้นมีทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและข้าราชการท้องถิ่นด้วย ซึ่งตรงนี้ตนได้บอกกลับไปทุกสายว่า ไม่สามารถละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะการกระทำดังกล่าวหากมีการปล่อยตัวผู้กระทำผิดไปแล้วนั้น ตำรวจก็อาจจะเข้าข่ายการละเว้นในปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งตรงจุดตั้งด่านได้มีกล้องวงจรปิดที่ภาพและเสียงจะลิงก์ไปหายังสำนำงานตำรวจแห่งชาติอีกด้วย อีกทั้งตนได้เตือนในที่ประชุมทั้งหัวหน้าส่วนราชการและกำนัน-ผู้ใหญ่ทุกพื้นที่ ในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎจราจรและการบังคับใช้กฎหมายบนท้องถนนอย่างเคร่งครัด โดยหากเจอผู้กระทำผิด ก็จะไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด



