ฟุตบอลถ้วยช้างเอฟเอคัพ ได้คู่ชิงชนะเลิศ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด วันที่ 28 พ.ค. ซึ่ง ปราสาทสายฟ้า เดินหน้าล่า 3 แชมป์
ขณะเดียวกัน แข้งเทพ ก็จะได้อานิสงส์ จากการที่ทีมเข้ชิงชนะเลิศ และคู่ปรับคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วย
เพราะนั่นจะทำให้ ทรู แบงค็อก จ่อได้สิทธิ์ไปเล่น เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2023-24 รอบแบ่งกลุ่ม เต็มทน ซึ่งจะเป็นการเล่นรอบแบ่งกลุ่มบอลถ้วยใหญ่ เอเชีย เป็นสมัย 2 ต่อจากปี 2007
เหตุผลคือ
1.บอลอาชีพไทย แบ่งโควตาเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2023-24 ให้กับ 2 ฤดูกาล คือ 2021-22 ได้ 1+1 (1 รอบแบ่งกลุ่ม แชมป์ไทยลีก + 1 รอบเพลย์ออฟ แชมป์เอฟเอ คัพ) และ 2022-23 ก็ 1+1 (1 รอบแบ่งกลุ่ม แชมป์ไทยลีก + 1 รอบเพลย์ออฟ แชมป์เอฟเอ คัพ)
2 ฤดูกาล 2021-22 จบไปแล้ว บุรีรัมย์ แชมป์ไทยลีก ได้ไปรอบแบ่งกลุ่มแน่นอน ส่วน รอบเพลย์ออฟ คือ บีจี ปทุม ที่ได้รองแชมป์ไทยลีก (บุรีรัมย์ ดับเบิลแชมป์ จึงโยนสิทธิกลับมา)
3 ดังนั้นฤดูกาล 2022-23 บุรีรัมย์ จะไม่ได้โควตาอีก เพราะได้ไปรอบแบ่งกลุ่มแล้ว และหาก บุรีรัมย์ ได้แชมป์ไทยลีก (ต้องการ 1 แต้ม จาก 4 นัด) โควตารอบแบ่งกลุ่มจะโยนไปที่แชมป์เอฟเอ คัพ
4 ถ้า ทรู แบงค็อก ได้แชมป์เอฟเอ คัพ ก็จะได้ไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มทันที
5 หรือถ้า บุรีรัมย์ มาเบิ้ลแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วย โควตารอบแบ่งกลุ่ม จะโยนกลับไปที่ อันดับ 2 ไทยลีก
6 ซึ่ง ทรู แบงค็อก ก็จ่อยึดที่ 2 อยู่ดีเพราะนำ การท่าเรือ เอฟซี ทีมอันดับ 3 อยู่ถึง 10 แต้ม
7 นั่นหมายความว่า ทรู แบงค็อก มีโอกาสสูงมากๆ ที่ไปรอบแบ่งกลุ่ม ACL นอกเสียจากว่า จะแพ้ บุรีรัมย์ รอบชิงเอฟเอ คัพ และโดนแซง หลุดที่ 2 ไทยลีก
8 นอกจากนี้ การที่ บุรีรัมย์ มาชิงกับ ทรู แบงค็อก ในเอฟเอ คัพ นั่นยังทำให้ ทีมอันดับ 3 ไทยลีก จะได้โควตาไปเล่นรอบเพลย์ออฟ แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วย (ท่าเรือ แย่งกับ เมืองทอง)



