สำหรับสินเชื่อรถยนต์ที่แบ่งออกเป็นสินเชื่อรถมือสอง และสินเชื่อรถปกติ (มือหนึ่ง) อาจทำให้คนที่จะนำรถมือสองไปเข้าไฟแนนซ์ เกิดความสงสัยกันขึ้นมาบ้างว่า สินเชื่อทั้ง 2 แบบมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วถ้านำรถไปเข้าไฟแนนซ์แล้วจะมีความคุ้มค่าหรือไม่ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพิจารณาถึงความสามารถในการผ่อนชำระค่างวดได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ไปทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าว่า สินเชื่อรถมือสอง และสินเชื่อรถปกติมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วมีวิธีคำนวณการผ่อนสินเชื่อรถมือสองอย่างไรบ้าง

สินเชื่อรถมือสองต่างกับสินเชื่อรถปกติ (มือหนึ่ง) อย่างไร

ในความเป็นจริงแล้ว สินเชื่อรถมือสอง กับสินเชื่อรถปกติจะมีการคิดดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรถมือสอง จะสูงกว่าสินเชื่อรถปกติ เพราะรถมือสองมีระยะการใช้งานที่ยาวนาน และมีการเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ทุกปี ซึ่งในระหว่างนั้นเจ้าของรถจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซม หรือค่าอะไหล่อยู่บ่อย ๆ ทำให้เจ้าของรถอาจเกิดปัญหาสภาพคล่อง และตัดสินใจไม่ผ่อนชำระค่างวด และยอมให้รถถูกยึดกลับไป แน่นอนว่าจากความเสี่ยงในการผิดนัดชำระที่อาจเกิดขึ้น สถาบันการเงินจึงต้องคิดอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรถมือสองที่สูงกว่าสินเชื่อรถทั่วไปที่ไม่ต้องซ่อมจุกจิกอยู่ทุกปีนั่นเอง

วิธีคำนวณการผ่อนสินเชื่อรถมือสอง

เมื่อได้ทราบกันไปแล้วว่า สินเชื่อรถมือสอง และสินเชื่อรถปกติมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร อันดับต่อไปก็ต้องไปดูวิธีคำนวณการผ่อนสินเชื่อรถมือสองกันต่อ โดยสูตรคำนวณการผ่อนสำหรับสินเชื่อรถมือสองมีดังนี้

  1. หาดอกเบี้ยรายปี: ยอดจัด x ดอกเบี้ย (%)
  2. หาดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา: ดอกเบี้ยรายปี x จำนวนปีที่ผ่อน
  3. หายอดจัดรวมดอกเบี้ย: ดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา + ยอดจัด
  4. หา VAT: ยอดจัดรวมดอกเบี้ย x 7%
  5. หายอดรวมสินเชื่อ: ยอดจัดรวมดอกเบี้ย + VAT
  6. หายอดผ่อนต่อเดือน: ยอดรวมสินเชื่อ ÷ จำนวนงวดที่ผ่อน

ตัวอย่างการคำนวณ นาย ก ต้องการขอสินเชื่อรถมือสองคันหนึ่งราคา 300,000 บาท วางเงินดาวน์ 10% เหลือยอดจัด 270,000 บาท มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 5% ต่อปี ผ่อน 72 งวด (6 ปี) จะสามารถทำการคำนวณได้ดังนี้

  1. หาดอกเบี้ยรายปี: 270,000 x 5% = 13,500
  2. หาดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา: 13,500 x 6 = 81,000
  3. หายอดจัดรวมดอกเบี้ย: 81,000 + 270,000 = 351,000
  4. หา VAT: 351,000 x 7% = 24,570
  5. หายอดรวมสินเชื่อ: 351,000 + 24,570 = 375,570
  6. หายอดผ่อนต่อเดือน: 375,570 ÷ 72 = 5,217

สรุปคือ นาย ก จะต้องทำการผ่อนชำระค่างวดสินเชื่อรถยนต์มือสองเดือนละ 5,216 บาทนั่นเอง

สำหรับคนที่จะยื่นขอสินเชื่อรถมือสอง ก็อย่าลืมสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย และนำมาคำนวณกับความสามารถในการจ่ายค่างวดก่อนเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสภาพคล่องจนทำให้ถูกยึดรถไป นอกจากนี้ยังควรเปรียบเทียบกับการนำรถยนต์คันใหม่ไปเข้าไฟแนนซ์ว่าแบบไหนมีความคุ้มค่ามากกว่า