สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และเกรย์ ไทยแลนด์ (Grey Thailand) ประกาศความสำเร็จ หลังส่งแคมเปญ ‘จุลินทรีย์หยุด PM 2.5’ คว้ารางวัลกรีน เพนซิล (Green Pencil) ครั้งแรกของประเทศไทย พร้อมรางวัลเมอริต (Merit) ในหมวดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) จากเวที The One Show Awards 2026 ซึ่งจัดโดย The One Club for Creativity สหรัฐอเมริกา


แคมเปญดังกล่าวมุ่งแก้ปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กจากต้นตอหลัก คือการเผาเศษซากทางการเกษตรในที่โล่ง โดยเฉพาะตอซังข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว การเผายังทำลายจุลินทรีย์และสารอาหารในดิน ทำให้ดินเสื่อมโทรมจนเกษตรกรต้องแบกรับต้นทุนปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นในฤดูกาลถัดไป

สสส. และกรมวิชาการเกษตร จึงร่วมกันพัฒนา ‘หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซัง’ เพื่อเป็นทางเลือกแทนการเผา ช่วยย่อยสลายฟางและตอซังให้กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติภายใน 7 วัน ทำให้เศษวัสดุทางการเกษตรกลับมาเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อดิน ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่เพาะปลูกในระยะยาว สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
เพื่อให้แนวทางดังกล่าวเข้าถึงเกษตรกรได้มากขึ้น จึงร่วมกับ เกรย์ ไทยแลนด์ พัฒนาแคมเปญจุลินทรีย์หยุด PM 2.5 โดยนำการสื่อสารเข้ามาช่วยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการย่อยสลายตอซังแทนการเผา

‘กนกกร สีหพันธุ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เกรย์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า อากาศสะอาดเป็นปัจจัยพื้นฐานของคุณภาพชีวิต การแก้ปัญหาฝุ่นควันจึงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจข้อจำกัดที่เกษตรกรเผชิญอยู่ในชีวิตจริง ทั้งเรื่องเวลา ต้นทุน และความจำเป็นในการเตรียมพื้นที่เพาะปลูก การมีทางเลือกที่ตอบโจทย์การทำงานของเกษตรกรจึงเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดการเผาในภาคการเกษตรได้อย่างยั่งยืน

ด้าน ‘จิรเดช เพ่งเล็งผล’ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ เกรย์ ไทยแลนด์ กล่าวว่า แคมเปญดังกล่าวนำเสนอวิธีจัดการตอซังที่ช่วยเปลี่ยนเศษวัสดุทางการเกษตรให้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อดิน ลดการปล่อยคาร์บอนจากการเผา และลดการใช้สารเคมีในกระบวนการเพาะปลูก รางวัลที่ได้รับแสดงให้เห็นว่าแนวคิดสร้างสรรค์สามารถช่วยผลักดันการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลจากการนำจุลินทรีย์ย่อยสลายตอซังมาใช้ ช่วยให้เกษตรกรสามารถจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรได้โดยไม่ต้องเผา พร้อมเปลี่ยนฟางและตอซังให้กลายเป็นอินทรียวัตถุที่ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน ส่งผลให้การเตรียมพื้นที่เพาะปลูกทำได้รวดเร็วขึ้น และลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ จิสด้า (GISTDA) ระบุว่า การดำเนินงานดังกล่าวช่วยลดการเผาในพื้นที่เกษตรรวมกว่า 96 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้จำนวนจุดความร้อนในพื้นที่นาข้าวลดลงในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว และมีส่วนช่วยบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่เป้าหมาย
ความสำเร็จดังกล่าวนำไปสู่การคว้ารางวัลกรีน เพนซิล ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดด้านการสื่อสารเพื่อสิ่งแวดล้อมจากเวทีเดอะ วัน โชว์ อวอร์ดส์ 2026 ขณะที่รางวัลเมอริตในหมวดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน มอบให้แก่ผลงานที่มีส่วนสนับสนุนการแก้ปัญหาตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ



