เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2566 ผู้ใช้ติ๊กต็อกในชื่อว่า ‘Mahnoor Euceph’ ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวเกือบ 1 นาทีครึ่ง พร้อมข้อความกำกับในท่อนแรกว่า “ฉันอยู่บนรถไฟที่วิ่งมาจากทะเลสาบโคโมไปเมืองมิลานเมื่อวันที่ 16 เม.ย. พร้อมกับแฟนหนุ่มของฉัน ซึ่งเป็นลูกครึ่งจีน, แม่ชาวจีนและพ่อ ‘ฝรั่ง’ ของเขา ส่วนตัวฉันเป็นคนปากีสถาน พวกเราทุกคนเป็นคนอเมริกัน” 

เหตุการณ์ในคลิปที่ ยูเซฟ ได้ถ่ายไว้ เป็นภาพของหญิงสาวชาวอิตาลี 3 คน ทำท่าซุบซิบและหัวเราะคิกคักโดยมองมาทางกลุ่มของ ยูเซฟ ตลอดเวลา ในช่วงท้ายๆ จะได้ยินอย่างชัดเจนว่าพวกเธอพูดคำว่า “หนีห่าว” ซึ่งเป็นคำทักทายในภาษาจีนหลายครั้งด้วยเสียงอันดัง พร้อมกับหัวเราะในลักษณะของการล้อเลียน ทำให้ ยูเซฟ รู้สึกว่าเป็นการเจตนาเหยียดเชื้อชาติ

ยูเซฟ ซึ่งมีอาชีพเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ด้วย ได้เขียนไว้ในโพสต์ของเธอว่า “ตลอดชีวิตฉัน ไม่เคยเจอการเหยียดเชื้อชาติแบบตรงๆ ขนาดนี้ แฟนหนุ่มของฉันก็พูดแบบเดียวกัน ฉันเคยคิดว่าคนรุ่นใหม่น่าจะทำตัวได้ดีกว่านี้ แต่หลังจากที่ฉันโพสต์คลิปบนอินสตาแกรม เพื่อนๆ ชาวเอเชียของฉันก็พากันเล่าประสบการณ์ที่พวกเขาโดนเหยียดเชื้อชาติในอิตาลีและยุโรป ในอเมริกามีปัญหาเรื่องการเหยียดผิวก็จริง แต่ยุโรปยังล้าหลังไปอีก 20 ปี”

@mahnooreu

I was on the train from Lake Como to Milan on April 16th with my half Chinese boyfriend, his Chinese mom, and his white dad. I am Pakistani. We are all American. I noticed these girls sitting across from us staring me down and laughing and speaking Italian. At first, I ignored it. Then I stared back at them. They didn’t stop so I made my bf aware, then took a nap. I woke up from the nap to them doing the same thing but more aggressively. I asked them, “Is there a problem?” They said, “No there isn’t a problem.” At that point they started saying “Ni hao!” in an obnoxious, racist, loud voice, along with other things in Italian I couldn’t understand. They continued getting more and more aggressive, laughing at and mocking us. Eventually, I started filming them. They were the most calm during the video but you can still hear them saying ni hao and get a vibe of their general attitude. Never in my life have I experienced such blatant racism. My boyfriend said the same thing. I expected better from the younger generation. After I shared this on IG, many of my Asian friends shared their stories of experiencing racism in Italy and Europe. America may have its race issues, but Europe is 20 years behind. I hope you Italians can find these girls and shame them. It was truly disgusting behavior and I hope they learn a lesson from this. It is so dehumanizing to experience this. #racism #stopaapihate #Italy #Milan #LakeComo #racistItalians #racistcheck #racistoftheday #racistshit #milandesignweek2023 #milandesignweek #Chinese #hapa #wasian #racismawareness #racismneedstostop #racismsucks

♬ original sound – Mahnoor Euceph

คลิปวิดีโอดังกล่าวกลายเป็นไวรัลและมียอดเข้าชมบนติ๊กต็อกมากกว่า 19 ล้านครั้ง พร้อมทั้งความเห็นของผู้ชมจำนวนมากในเชิงตำหนิหญิงสาวชาวอิตาลีทั้งสาม และในเวลาไม่นานนัก ชาวโซเชียลก็ตามหาจนเจอบัญชีอินสตาแกรมของทั้ง 3 คน รวมถึงสถานศึกษาของพวกเธอด้วย

ชาวโซเชียลหลายคนระบุว่า หญิงสาวทั้งสามคือ เอลิซา ตอร์โตรา จากมหาวิทยาลัยคัตโตลิกา เดล ซาโครคัวเร, มาร์เกริตา เจนติเล จากมหาวิทยาลัย IULM และ ลูเครเซีย เด เวคคิส จากมหาวิทยาลัยมิลาโน-บิคอกคา 

ต่อมา ยูเซฟ ก็โพสต์ภาพแคปหน้าจอบัญชีโซเชียลมีเดียของกลุ่มหญิงสาวบนติ๊กต็อก ซึ่งมีผู้เข้ามาดูร่วม 6 ล้านครั้ง และยังมีชาวโซเชียลอีกหลายคนอ้างว่าพวกเขาได้ติดต่อไปยังสถานศึกษาของกลุ่มหญิงสาวและรายงานเรื่องที่เกิดขึ้น ทำให้มหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งต้องโพสต์แถลงการณ์ผ่านบัญชีอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการของสถาบัน โดยตำหนิการกระทำในลักษณะล้อเลียนและเหยียดเชื้อชาติเช่นที่ปรากฏในคลิป และแสดงจุดยืนว่าต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและเลือกปฏิบัติทุกรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงมาตรการแก้ไขหรือลงโทษ มีเพียงมหาวิทยาลัย IULM เพียงแห่งเดียวที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการลงโทษนักศึกษา แต่จะเลือกใช้วิธี “ให้การศึกษาและอบรม” แทน เพื่อให้นักศึกษาของสถาบันเป็นบุคคลที่เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ส่วนมหาวิทยาลัยอีก 2 แห่งที่เหลือ ระบุเพียงว่า กำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าจะมีการลงโทษหรือมีมาตรการอื่นใดต่อนักศึกษาหญิงอีก 2 คนที่เหลือ

หลังจากที่มหาวิทยาลัยโพสต์แถลงการณ์ ยูเซฟ ก็โพสต์อัปเดตสถานการณ์ว่า นักศึกษาหญิงเจนติเล ได้ติดต่อเธอผ่านช่องทางอินสตาแกรมเพื่อขอโทษ โดยอ้างว่าเธอไม่ได้มีเจตนาที่จะล้อเลียน ยูเซฟ และไม่ได้คิดถึงเรื่องเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ของเธอเลยแม้แต่น้อย

นอกจากนี้ เจนติเล ยังอ้างว่าคลิปของ ยูเซฟ ทำให้เธอและเพื่อนโดนบูลลี่และมีคนจำนวนมากส่งข้อความแสดงความเกลียดชังมาให้โดยที่ไม่มีใครยอมฟังคำอธิบายของพวกเธอ

ยูเซฟ โต้ตอบว่า เธอไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะขอโทษเธออย่างจริงใจ และคิดว่า เจนติเล พยายามที่จะทำให้เธอกลายเป็นฝ่ายหาเรื่อง เจนติเล รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรลงไป นอกจากนี้เธอยังชี้ว่า พฤติกรรมที่แย่ที่สุดของอีกฝ่ายนั้น ไม่ได้อยู่ในคลิปด้วยซ้ำ

ผู้กำกับสาวยังแสดงความเห็นว่า “ฉันหวังว่าครั้งต่อไป เธอจะคิดให้ดีก่อนจะตะโกนคำว่า “หนีห่าว” ใส่คนจีนหรือเรียกคนผิวคล้ำว่า “ลิง” หรือพยายามจะทำท่าล้อเลียนชาวต่างชาติ เธอได้ทำลายชื่อเสียงของตัวเองไปแล้ว และทำลายชื่อเสียงของชาติในฐานะที่เธอเป็นตัวแทนของประเทศด้วย”

แหล่งข่าว : nextshark.com

เครดิตภาพ : TikTok / mahnooreu