กรณีเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 69 คณะกรรมการคดีพิเศษ (บอร์ด กคพ.) มีมติเอกฉันท์รับกรณีความผิดทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงตามนิยามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีผลกระทบจากเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดจากการกระทำของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือมาตรา 10 หรือผู้ค้าน้ำมันไม่ว่าจะจดทะเบียนตามกฎหมายหรือไม่ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อนหรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนหรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 69 เป็นต้นไป จนกว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจะสงบเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องการลักลอบกักตุนน้ำมัน การประวิงเวลา การขนส่งน้ำมัน การกักตุนน้ำมัน การปฏิเสธจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ขณะที่ดีเอสไอยังคงประสานข้อมูลรายละเอียดกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด สรรพสามิต และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล (ศรชล.) เพื่อประมวลเนื้อหาว่ามีพฤติการณ์ทางคดีใดเข้าข่ายตามประกาศกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่อง มติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ โดยทำเป็นขบวนการหรือมีความซับซ้อน หรือที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชน หรือกระบวนการภาคอุตสาหกรรม เพื่อรับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น

“ดีเอสไอ” เชิญเจ้าของเรือ 8 บริษัท ให้ข้อมูลเป็นพยานคดีกักตุนน้ำมัน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ที่ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ เปิดเผยว่า วันนี้พนักงานสอบสวนนัดหมายบริษัทเรือ 2 บริษัท เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน ซึ่งจะเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท เนื่องจากพนักงานสอบสวนอยากฟังข้อเท็จจริงว่าเรือเป็นของบริษัทจริงหรือไม่ และมีเหตุผลใดที่ต้องใช้เวลาวิ่งแล่นเรือช้าผิดปกติในช่วงเกิดเหตุการณ์ ซึ่งพฤติการณ์ส่วนใหญ่ของบริษัทเรือ เราพบว่าบริษัทบางแห่งใช้เรือวิ่งเพียง 1 ลำ แต่บางแห่งก็ใช้เรือวิ่ง 2-3 ลำ แต่ก็มีที่ใช้เรือวิ่งวนซ้ำ ซึ่งหากดูจากจำนวนเที่ยวเรือที่พบถึง 20 เที่ยว และมีเรือเพียง 12 ลำ ก็เป็นไปได้ว่าเรือบางลำวิ่งมากกว่าหนึ่งเที่ยว นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนจะได้สอบถามถึงรูปแบบการประกอบธุรกิจของบริษัท การรับค่าจ้างวิ่งแล่นเรือขนส่งน้ำมัน สัญญาจ้าง เป็นต้น ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าบริษัทแต่ละแห่งเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นใด และไปส่งคลังบริษัทน้ำมันใดในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็เป็นในส่วนที่กรรมการของบริษัทจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพนักงานสอบสวนด้วย

พ.ต.ต.วรณัน เผยอีกว่า สำหรับบริษัทเจ้าของเรือ ที่พบทั้งหมด 8 บริษัท ตนได้ดำเนินการสอบปากคำในฐานะพยานแก่บริษัทเรือหนึ่งแห่งไปแล้วที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งในวันนี้ (21 เม.ย. 69) พนักงานสอบสวนได้นัดหมายบริษัทเรือให้เข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยาน จำนวน 2 บริษัท และอีกครั้งในวันที่ 23 เม.ย. 69 อีกจำนวน 3 บริษัท ส่วนบริษัทอีก 2 เจ้าที่เหลือยังไม่ได้มีการคอนเฟิร์มเข้ามา ซึ่งทราบว่าอยู่ต่างประเทศ หากมีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็จะได้แจ้งมายังพนักงานสอบสวนให้รับทราบ

พ.ต.ต.วรณัน เผยด้วยว่า วันนี้ตนยังคงดำเนินงานอยู่ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อหารือในเรื่องสำนวนคดีบริษัทคลังน้ำมัน (บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด) ส่วนกรณีเคสที่จังหวัดอ่างทอง (บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด) ยังอยู่ระหว่างเลือกธุรการทางคดี ซึ่งทางชุดคณะทำงานกลั่นกรองสำนวนคดีที่ขึ้นตรงกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้ประมวลรายละเอียดเนื้อหาก่อนเสนออธิบดี ใช้อำนาจพิจารณารับไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษอีกคดีหนึ่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อเวลา 09.50 น. ที่ผ่านมา ได้มีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเรือ 1 แห่ง คือ 1.บริษัท บิ๊กซี จำกัด – BIG SEA CO.,LTD ได้ทยอยเดินทางเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันทางเรือที่มีพฤติการณ์ประวิงเวลาและชะลอเวลาการขนส่งน้ำมัน จนเป็นเหตุให้มีน้ำมันหายกลางทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น ปรากฏว่าผู้แทนของบริษัทเรือที่เข้าพบพนักงานสอบสวนได้รับฟังคำถามของผู้สื่อข่าว แต่ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามตัวแทนหนึ่งในบริษัทเจ้าของเรือ ให้ข้อมูลว่า “ตนเองเป็นเพียงพนักงานของบริษัท และวันนี้ยืนยันว่าผู้บริหารได้เดินทางมาตามนัดหมายแน่นอน พร้อมนำข้อมูลและเอกสารทุกอย่างเข้ามาชี้แจงอย่างครบถ้วน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ”

ส่วนความกังวลเรื่องมีชื่อบริษัทเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบกับความผิดปกติของน้ำมันที่หายกลางทะเลนั้น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะต้องเป็นผู้บริหารเท่านั้น แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ เราพร้อมชี้แจง และในส่วนเรื่องของน้ำมันที่หายไป ก็รู้เพียงว่ามาชี้แจงเรื่องนี้ แต่ไม่ทราบในรายละเอียดหรือข้อมูลต่าง ๆ ก่อนทั้งหมดเข้าพบพนักงานสอบสวนในห้องกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้ ส่วนบริษัทเจ้าของเรืออีกหนึ่งแห่ง คาดว่าจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในช่วงบ่ายวันนี้.