เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผู้บังคับการกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผู้กำกับการ 4 บก.ปพ. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุม น.ส.พลอยไพลิน หรือปาล์มมี่ อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ จ.1421/2568 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม อันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น”

โดยจับกุมได้บริเวณสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางปี 2568 ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากหมายเลข 099-385-1527 โดยปลายสายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ชื่อ น.ส.พรพรรณ รหัสเจ้าหน้าที่ KT172085 แจ้งว่าผู้เสียหายมีบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น ซึ่งมีเงินโอนเข้าบัญชีกว่า 600,000 บาท และถูกบุคคลอื่นถอนเงินออกไป โดยอ้างว่าบัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน

คำกล่าวอ้างดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายเกิดความตกใจและหลงเชื่อ ก่อนถูกโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างเป็นผู้จัดการธนาคาร และต่อสายไปยังชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากนั้นกลุ่มคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์ชื่อ “สภ.เมืองสุรินทร์” พร้อมวิดีโอคอล โดยช่วงแรกปรากฏชายแต่งเครื่องแบบตำรวจยศร้อยตำรวจโท ก่อนสั่งให้ผู้เสียหายส่งภาพบัตรประชาชน พร้อมเขียนข้อความระบุว่า “ใช้แจ้งความเปิดบัญชีไม่ถูกต้อง” รวมทั้งกำชับห้ามวางสายและห้ามบอกเรื่องดังกล่าวกับบุคคลอื่น โดยข่มขู่ว่าหากฝ่าฝืนอาจมีโทษจำคุก 3-5 ปี

เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ คนร้ายยังส่งภาพการจับกุมผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน รวมถึงเอกสารที่มีข้อมูลบัญชีธนาคารของผู้เสียหาย ก่อนอ้างตัวเป็นนายตำรวจยศพันตำรวจเอก ตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองสุรินทร์ และวิดีโอคอลในลักษณะสวมเครื่องแบบตำรวจ อยู่ภายในห้องคล้ายสถานีตำรวจ

จากนั้นคนร้ายหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินทั้งหมดในบัญชีไปยังบัญชีที่กำหนด โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบเส้นทางการเงินและจะคืนเงินภายใน 1 สัปดาห์ ผู้เสียหายหลงเชื่อ เปิดแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT และโอนเงินจำนวน 452,000 บาทไปให้คนร้าย

ภายหลังผู้เสียหายเริ่มสงสัย จึงติดต่อสอบถามธนาคารกรุงไทย พบว่าไม่มีการเปิดบัญชีเพิ่มเติมและไม่มีคดีใดเกี่ยวข้อง จึงทราบว่าถูกหลอกและรีบประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชี ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบว่า น.ส.พลอยไพลิน ผู้ต้องหา หลบหนีจากพื้นที่ภาคเหนือเข้ามายังกรุงเทพมหานคร จึงติดตามจับกุมตัวได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.5 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า เมื่อประมาณปี 2567 เคยเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทยให้กับแฟนเก่าตามคำชักชวน ได้รับค่าตอบแทน 5,000 บาท โดยเปิดบัญชีภายในประเทศ ไม่ได้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน

นอกจากนี้ ยังรับว่ามีบุคคลผ่านเฟซบุ๊กติดต่อว่าจ้างให้ตระเวนกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม โดยเสนอค่าตอบแทน กดเงินทุก 100,000 บาท จะได้รับ 1,000 บาท ซึ่งเคยกดเงินรวมประมาณ 500,000 บาท และได้รับค่าตอบแทน 5,000 บาท

ผู้ต้องหาได้ฝากเตือนประชาชนว่า หากมีผู้ใดชักชวนให้เปิดบัญชี ยืมบัญชี หรือว่าจ้างให้ถอนเงินแลกค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย ขอให้ระมัดระวัง เพราะอาจนำไปสู่ความผิดทางกฎหมาย พร้อมย้ำว่า “เงินเพียงเล็กน้อย ผิดพลาดแค่ครั้งเดียว อาจส่งผลต่อชีวิตทั้งชีวิต”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ตำรวจ หรือหน่วยงานรัฐ โทรศัพท์แจ้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี หรือมีบัญชีผิดปกติ ก่อนหลอกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบทรัพย์สิน

ยืนยันว่า ไม่มีหน่วยงานรัฐ ธนาคาร หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใด สั่งให้ประชาชนโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีหรือพิสูจน์ความบริสุทธิ์ หากได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขอให้หยุดการสนทนา อย่าโอนเงิน อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว และติดต่อหน่วยงานที่ถูกกล่าวอ้างโดยตรงทันที.