สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่ากองทัพซูดานของ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาอธิปไตย และกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว (อาร์เอสเอฟ ของ พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” ต่างออกแถลงการณ์ ยืนยันการขยายระยะเวลาหยุดยิงทั่วประเทศออกไปอีก “อย่างน้อย 72 ชั่วโมง” เริ่มมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 28 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หลังข้อตกลงเดิมครบกำหนด เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา


ขณะที่องค์การระหว่างประเทศด้านการพัฒนา (ไอจีเอดี) ซึ่งเป็นความร่วมมือระดับภูมิภาค มีสมาชิก 8 ประเทศ รวมถึงซูดานเอง กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อียิปต์ และซาอุดีอาระเบีย ตลอดจนสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสหภาพแอฟริกา (เอยู) ล้วนแสดงความยินดีที่การหยุดยิงได้รับการต่อเวลา


อย่างไรก็ตาม ยังคงมีรายงานการสู้รบเกิดขึ้นเป็นระยะ โดยเฉพาะการโจมตีทางอากาศของกองทัพซูดาน ต่อฐานที่มั่นของอาร์เอสเอฟ ในกรุงคาร์ทูมและพื้นที่รอบนอก ยิ่งไปกว่านั้น การสู้รบซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ลุกลามขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วไปยังภูมิภาคดาร์ฟูร์ ซึ่งมีการสู้รบอย่างหนักหน่วงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา จนถึงตอนนี้มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 500 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 4,000 คน


ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ยังคงแสดงความวิตกกังวล ว่าสถานการณ์สู้รบในซูดาน ซึ่งอยู่ติดกับทะเลแดง จะงอยแอฟริกา และภูมิภาคซาเฮล “สุ่มเสี่ยงลุกลามบานปลาย เป็นความขัดแย้งทั้งในและนอกภูมิภาค”

อนึ่ง ชนวนเหตุของการสู้รบ มาจากการที่องทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟ ไม่สามารถตกลงกันได้ เกี่ยวกับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ การจัดตั้งกองทัพแห่งชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งต้องยอมผนวกรวมกับอีกฝ่าย.

เครดิตภาพ : REUTERS