เติบโตมาในครอบครัวที่พรั่งพร้อมความอบอุ่น แต่ด้วยอาชีพการงานของคุณแม่ซึ่งต้องเดินทางไปรับราชการในต่างประเทศ ต้องพบเจอผู้คนมากมาย บ่มเพาะให้ “เบญญ์ รัตนพฤกษ์” บุตรชายคนโตของ จิรยศ รัตนพฤกษ์ กับ อุรีรัชต์ เจริญโต อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ปรับตัวเข้ากับคนได้ง่าย ตระหนักในความรับผิดชอบต่อชีวิต ต่ออาชีพการงาน และมุ่งพัฒนาตัวเองให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคม

เบญญ์ หนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงในวัย 28 ปี เล่าย้อนชีวิตวัยเด็กให้ฟังว่า ค่อนข้างมีความสุข และโชคดีที่ได้มีโอกาสตามคุณแม่ไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เลยมีเพื่อนต่างชาติพอสมควร และยังได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษตั้งแต่เด็กๆ ด้วยความที่ต้องย้ายไปเรียนในต่างประเทศ ทำให้วัยเด็กมีการปรับเข้ากับโรงเรียนใหม่ กลุ่มเพื่อนใหม่ และวิธีการสอนที่แตกต่างกันในแต่ละที่ จึงเป็นคนที่ปรับตัวและเข้ากับคนอื่นได้ง่าย

ครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งคุณพ่อ คุณแม่ คุณตา คุณยาย และคุณน้า คอยสอนและให้คำแนะนำต่างๆ เบญญ์เผยว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ตัวเองเติบโตได้อย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าบางช่วงชีวิตคุณแม่ไม่ได้อยู่ด้วย เนื่องจากหน้าที่การงาน ทำให้ต้องอยู่ห่างกัน แต่ก็ทำให้มีโอกาสได้ใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตระหนักถึงความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากคนอื่นๆ ในครอบครัวอย่างดีมาตลอด ในทุกการตัดสินใจของตัวเอง เมื่อคุณแม่ไปรับราชการในต่างประเทศ ทุกปีพวกเราไปเยี่ยมและท่องเที่ยวในประเทศที่คุณแม่ประจำการและประเทศใกล้เคียงไม่เคยขาด

ที่บ้านเคารพและให้พื้นที่การตัดสินใจมาก ทำให้เรามีความคิดที่เป็นตัวของตัวเอง ทั้งเรื่องการเรียนหรือการทำงาน และสามารถลองอะไรใหม่ๆ ได้อยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็สามารถปรึกษาหารือขอคำแนะนำจากครอบครัวในเรื่องต่างๆ ในตลอดเวลา จากการที่ต้องย้ายตามคุณแม่ไปต่างประเทศ ทำให้มีการย้ายโรงเรียนอยู่หลายครั้ง ช่วงแรกของการศึกษาหลังจากที่กลับมาเมืองไทย เข้าเรียนที่โรงเรียนร่วมฤดีวิเทศศึกษา จนจบมัธยมปลาย ก่อนเลือกเรียนปริญญาตรีต่อที่คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับมาโดยเฉพาะการที่ต้องพบเจอกับผู้คนมากมาย ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสาร และจาก 4 ปี ที่ได้เรียนที่นี่ทำให้เข้าใจว่าการสื่อสารมีอิทธิพล และอยู่รอบตัวเรามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสื่อต่างๆ อย่างภาพยนตร์ วิทยุ โฆษณา หรือแม้แต่โซเชียล มีเดีย เองก็ตามที่ปัจจุบันเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากๆ แต่หนึ่งเรื่องที่พบว่าชอบมากๆ  จากการเรียนที่นี่คือเรื่องของการสร้าง “แบรนด์” และกลยุทธ์ที่แบรนด์ต่างๆ นำมาปรับใช้ในปัจจุบัน

หลังจากจบปริญญาตรี เบญญ์ ใช้เวลาตัดสินใจอยู่พักนึงว่าจะไปเรียนต่อสาขาไหนดี วิชาเกี่ยวกับการสื่อต่างๆ ได้มีการแตะถึงบิสสิเนสอยู่บ่อยๆ เลยอยากเพิ่มความรู้ด้านนี้ให้ตัวเอง จึงตัดสินใจเรียนปริญญาโทต่อ ที่ Queen Mary University of London สาขา International Business Management และปัจจุบันทำงานเป็น Product Branding Executive ที่บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ มีหน้าที่ในการจัดการและบริหารการสื่อสารต่างๆ เกี่ยวกับสินค้า นวัตกรรม และกิจกรรมต่างๆ ขององค์กร ตอบโจทย์กับสิ่งที่เรียนมา และยังได้เรียนรู้เทคนิคการทำงานจากคนรอบตัวที่ล้วนแต่จะเป็นคนที่มีความสามารถ และได้ชาเล้นจ์ตัวเองอยู่ทุกวัน  ในการทำงานยึดเป้าหมายโดยรวมขององค์กรเป็นหลัก ในฐานะคนที่ดูแลเรื่องการสื่อสารต้องคิดและนำเสนอแผนการสื่อสารต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ที่องค์กรได้ตั้งไว้ เป็นโอกาสที่จะได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ในผลงาน

“ความท้าทายการทำงานในปัจจุบันคือ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคในหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการรับสื่อ ถ้าให้ยกตัวอย่างก็จะมีเรื่อง “โซเชียล มีเดีย” ที่ทำให้ผู้บริโภคใกล้ชิดกับแบรนด์มากขึ้น หรือแนวคิดของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสภาพแวดล้อมมากขึ้น พร้อมกับเทรนด์ต่างๆ อีกมากมายที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ที่ต้องทำให้เรามีไหวพริบ และมีความรวดเร็วในการตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น แต่ความท้าทายในการทำงานไม่ใช่เรื่องไม่ดี ช่วยชาเล้นจ์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้เข้าใจคนที่อยากสื่อสารด้วย และเป็นบทเรียนสำคัญในการทำงานครั้งต่อไป”

การที่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงและมีความสุขในการทำงาน ถือเป็นเป้าหมายและความสำเร็จระดับหนึ่งของชีวิตแล้ว ส่วนเป้าหมายในอนาคต เบญญ์อยากใช้เวลาพัฒนาศักยภาพและทักษะของตัวเอง ที่คิดว่ายังขาดด้านต่างๆ ให้มากขึ้น ทำตัวเองให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพต่อสังคมมากขึ้น อยากใช้เวลาดูแลครอบครัวให้มีสุขภาพที่แข็งแรง ดูแลคนรอบข้างให้มีความสุข และยังอยากจะสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพให้องค์กรต่อไป

สำหรับวันว่าง เบญญ์ใช้ชีวิตค่อนข้างแอคทีฟ หลังเลิกงานปกติเข้าฟิตเนสทุกวัน นอกจากออกกำลังกายแล้วยังใช้โอกาสนี้พบเจอกับเพื่อนบ่อยๆ ทั้งเพื่อนที่ออกกำลังกายด้วยกัน หรือเพื่อนที่ทำงานอยู่ละแวกนั้น ปกตินัดกันไปลองร้านอาหารใหม่ๆ หรือประเภทต่างๆ ที่ไม่เคยได้ลอง ช่วงวันหยุดใช้เวลาอยู่กับครอบครัว ทุกวันอาทิตย์กินอาหารกลางวันด้วยกัน ทำเองบ้างหรือออกไปหาร้านอร่อยๆ กินบ้าง นอกจากนี้ครอบครัวออกไปเที่ยวต่างจังหวัดและต่างประเทศบ่อยๆ เมื่อมีโอกาส ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ชอบมากเพราะเป็นคนชอบถ่ายรูป

“ตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็ทำให้ต้องอยู่บ้านมากขึ้น กิจกรรมพวกนี้ก็ลดลงไปเป็นลำดับ แต่การที่ใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้นก็ทำให้ได้ลองกิจกรรมใหม่ๆ ที่สนใจแต่ยังไม่เคยมีเวลาหรือโอกาสได้ทำมาก่อน อย่างการจัดตู้ไม้น้ำ เลี้ยงปลาและกุ้งแคระ เลี้ยงไม้ประดับ ทำให้การเวิร์ก ฟอร์ม โฮม และการอยู่บ้านเป็นเวลานานไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด ปัจจุบันคิดว่าจะยังหากิจกรรมหรือ passion projects อื่นๆ ที่ทำได้ต่อไปเพื่อใช้เวลาที่มีมากขึ้นให้คุ้มค่า” หนุ่มนักกิจกรรมเล่าด้วยรอยยิ้ม.