ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าโรดแมปพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เปิดโปรเจกต์ใหญ่ “Digi Camp ค่ายเยาวชนไทยรู้เท่าทันสื่อ ปี 3” ยกระดับทักษะแรงงานดิจิทัลยุคใหม่ (Digital Workforce) สู่ตลาด Creative Economy ตั้งเป้าสร้างภูมิคุ้มกันความเสี่ยงทางข้อมูล พร้อมอัดฉีดงบประกวดมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ขยายฐานเครือข่ายสถานศึกษาทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ท่ามกลางการดิสรัปชันของเทคโนโลยีสารสนเทศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กองทุนฯจึงมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” (Catalyst) ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนไทย โดยวางเป้าหมายให้กลุ่ม Gen Z และ Gen Alpha เติบโตไปเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพ (Quality Digital Citizens) และเป็นผู้ผลิตสื่อสร้างสรรค์หน้าใหม่เพื่อป้อนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

“การสร้างภูมิคุ้มกันในมิติของสังคม วัฒนธรรม และเทคโนโลยี ถือเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่สำคัญที่สุด การขับเคลื่อนครั้งนี้กองทุนฯ จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ความร่วมมือแบบ Public-Private-Community Partnership จากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนผ่านเยาวชนจาก ‘ผู้บริโภคสื่อ’ ให้กลายเป็น ‘ผู้สร้างสรรค์มูลค่า’ (Value Creator) ที่มีทักษะการรู้เท่าทันสื่ออย่างแท้จริง”
กองทุนฯ ได้นำกรอบทักษะ Media Information and Digital Literacy (MIDL) ซึ่งเป็นเมกะเทรนด์ด้านการศึกษาและทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ มาเป็นแกนหลักในการพัฒนาหลักสูตร โดยมองว่า Digital Literacy ไม่ใช่แค่ทักษะทางเลือก แต่เป็น “ทักษะพื้นฐานขั้นต่ำ” (Core Competency) ที่จำเป็นต่อการนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ของประเทศในอุตสาหกรรมดิจิทัลด้านอื่นๆ

“หากวิเคราะห์จากผลการดำเนินงานในบิ๊กโปรเจกต์ที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับความสนใจและการตอบรับอย่างสูงจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยมีสถิติตัวเลขที่น่าสนใจ เช่น โรงเรียนเข้าร่วม: 322 โรงเรียน จำนวนเยาวชนรวม: กว่า 2,444 คนผลงานคุณภาพที่ผ่านการคัดสรร: 30 ผลงานชั้นนำ”
อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จทางสถิติดังกล่าว ในปีที่ 3 นี้ โครงการได้ยกระดับกลยุทธ์การตลาดและการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Market Penetration) ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ด้วยการส่งโมเดลเชิงรุก “Digi Camp On Tour” ภายใต้คอนเซปต์ School Bus (รถโรงเรียน) ไฮบริดแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อโอกาสทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เพื่อลดช่องว่างในการเข้าถึงองค์ความรู้ และช่วยสร้าง Ecosystem ของการผลิตสื่อปลอดภัยให้ขยายตัวในวงกว้าง



