ในสถานการณ์ปกติ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มักจะทำให้คนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่รอบนี้กลับเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Inflation Shock (ภาวะเงินเฟ้อพุ่งฉับพลัน) ทำให้ราคาทองคำโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงจนแตะระดับต่ำสุดใหม่ของปี โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาทองคำผันผวนและร่วงหนัก สามารถสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้
1. ความกังวลเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด (ปัจจัยหลัก)
ตลาดเกิดความกังวลอย่างหนักว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้เพื่อสกัดเงินเฟ้อ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย เมื่อดอกเบี้ยมีแนวโน้มขาขึ้น นักลงทุนจึงเลือกที่จะเทขายทองคำเพื่อย้ายเงินไปเก็งกำไรในสินทรัพย์อื่นที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่า
2. ราคาน้ำมันพุ่งสูงดันเงินเฟ้อ (ผลกระทบจากสงคราม)
สถานการณ์ตึงเครียดที่ยืดเยื้อและการโจมตีโต้ตอบกันระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน (เช่น เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์อาปาเชตกและการขู่โจมตีโรงไฟฟ้า) ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทันทีมากกว่า 2% ซึ่งน้ำมันที่แพงขึ้นนี้กลายเป็นแรงผลักดันให้เงินเฟ้อภาพรวมปรับตัวสูงขึ้น และไปเพิ่มแรงกดดันให้เฟดต้องใช้ยาแรงอย่างการขึ้นดอกเบี้ย
3. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด
ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls): ออกมาสูงเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก สะท้อนว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานของสหรัฐ ยังคงแข็งแกร่ง
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI): พุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี ตัวเลขทั้งสองนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำให้เฟดมีเหตุผลความชอบธรรมเต็มที่ในการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเศรษฐกิจไม่ให้ร้อนแรงเกินไป
4. แรงกดดันต่อทองคำในประเทศ
เมื่อราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) ทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับทิศทางนโยบายการเงินโลก จึงส่งผลให้ราคาทองคำแท่งในประเทศไทยเปิดตลาดร่วงหนักตาม และดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดใหม่ของปีเช่นเดียวกัน



