จากกรณีที่โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หรือไฮสปีดเทรน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) มีแนวโน้มเสี่ยงที่จะยุติโครงการ จากความล่าช้าที่สะสมมานานกว่า 7 ปี จนมาถึงทางที่รัฐต้องเลือกระหว่าง “แก้ไขสัญญา” หรือ “ยกเลิกสัญญา”

“ดร.อมรเทพ จาวะลา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย ได้สะท้อนมุมมองโครงการ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยผลกระทบที่เกิดขึ้น ในมิติแรกวิกฤติความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งการที่โครงการพัฒนาต่อเนื่องในอีอีซีมีความล่าช้า อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติตั้งคำถามว่า ประเทศไทยยังเดินหน้าต่อในเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือไม่ หากไม่มีแผนสำรองที่ชัดเจนหรือมีการยกเลิกโครงการโดยกะทันหัน จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง

รัฐบาลควรเร่งหาทางเลือกอื่นเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น เช่น การปรับเปลี่ยนรูปแบบจากรถไฟความเร็วสูงเป็นรถไฟธรรมดา หรือการหาผู้รับเหมาโดยตรงเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อได้โดยเร็ว แต่แม้จะมีปัญหาเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน แต่ไทยยังไม่เสียโอกาสในอีอีซีไปทั้งหมด เพราะเทรนด์การย้ายฐานการผลิตจากจีน และประเทศอื่น ๆ ยังคงหลั่งไหลมายังไทยเนื่องจากเรามีจุดรองรับอื่น ๆ ที่พร้อม

ในมิติที่สองการสูญเสียโอกาส ด้านนวัตกรรมและการกระจายความเจริญ จากความล่าช้าทำให้ ไทยเสียโอกาสในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง โดยเฉพาะการพัฒนารถไฟความเร็วสูงโดยคนไทย หากโครงการนี้สำเร็จ จะเป็นต้นแบบในการเชื่อมต่อเส้นทางอื่น ๆ เช่น กรุงเทพฯ-หนองคาย หรือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการกระจายความเจริญ ไปสู่ภาคส่วนต่าง ๆ สร้างเทคโนโลยีของคนไทยเอง และการกระจายรายได้ เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะสั้นที่อาจหายไปหากการลงทุนหยุดชะงัก

ขณะที่มิติที่สามผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง โครงการรถไฟความเร็วสูงมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นประตูหลักของการท่องเที่ยวในภาคตะวันออก หากความเชื่อมโยงนี้ขาดหายไป จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจขนส่ง ที่รอรับอานิสงส์จากการเดินทาง และทำให้ปริมาณนักท่องเที่ยวในภาคตะวันออกอาจไม่เติบโตตามเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

“โดยภาพรวมก็ถือว่าเป็นความเสียดายที่ไม่สามารถจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานได้ต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีความหวังอยู่ นั่นก็คือ การรีบสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้เร็ว สร้างการดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งตรงนั้น ก็จะเป็นโอกาสในการกระจายความเจริญ แล้วก็สร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกให้สามารถดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาลงทุนได้มากกว่านี้”