“ยูเอสเอ ทูเดย์” สื่อดังของสหรัฐ รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์หา จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า เมื่อวันที่ 1 ก.ค. เรียกร้องให้ทบทวนใบแดงของ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าคนสำคัญ จากการเปิดเผยโดยแหล่งข่าว 2 ราย ที่ยืนยันตรงกัน

บาโลกัน ควรจะโดนแบนในเกมกับเบลเยียม ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่จู่ๆ คณะกรรมการด้านวินัยของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ก็ออกคำสั่งระงับโทษแบน โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 ของประมวลระเบียบวินัยฟีฟ่า ซึ่งกำหนดให้พวกเขาสามารถลงมติระงับการบังคับใช้บทลงโทษทางวินัยที่ได้เคยกำหนดไว้ก่อนหน้าได้นั้น สั่งให้ระงับโทษแบนของ บาโลกัน พร้อมให้คาดโทษใบแดงเอาไว้เป็นเวลา 1 ปี

หลังจากการตัดสินถูกพลิกกลับ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ขอบคุณฟีฟ่าว่าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และแก้ไขความอยุติธรรมครั้งใหญ่!

ทรัมป์และอินฟานติโน สร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรกันตลอดปีที่ผ่านมา โดย ทรัมป์ ได้ต้อนรับประธานฟีฟ่าหลายครั้งที่ทำเนียบขาว และอินฟานติโน ยังได้มอบรางวัลสันติภาพครั้งแรกของฟีฟ่าให้กับทรัมป์ด้วย

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวถึงการโทรฯ หาอินฟานติโนว่า ประธานาธิบดีต้องการทำความเข้าใจให้ดียิ่งขึ้นว่าทำไมบาโลกันถึงได้รับใบแดงและถูกลงโทษแบน ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังให้หลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการอุทธรณ์ใบแดงของบาโลกัน แม้ว่าไม่มีการยื่นอุทธรณ์อย่างเป็นทางการก็ตาม และกฎของฟีฟ่าอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์ได้เฉพาะกรณีที่มีการเพิ่มจำนวนเกมที่ถูกลงโทษแบนเท่านั้น

นิวยอร์ก ไทมส์ ซึ่งเป็นสื่อแรกที่รายงานเรื่องทรัมป์โทรฯ หาอินฟานติโน กล่าวว่า ทนายความที่มีความสัมพันธ์กับทรัมป์ได้ส่งบันทึกข้อความ 3 หน้า ให้กับสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐ เสนอแนะว่ากฎของฟีฟ่านั้นคลุมเครือมากพอที่จะสร้างเหตุผลสำหรับการอุทธรณ์โทษแบน ช่องทางทางกฎหมายที่ถูกหยิบยกขึ้นมานั้น รวมถึงการอ้างสิทธิของสหรัฐอเมริกา ในการอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา ซึ่งเป็นองค์กรอนุญาโตตุลาการสูงสุดของโลกกีฬา