วันที่ 4 ก.ค. ที่ รร.รอยัลริเวอร์ ในงานสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติครบรอบ 29 ปี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยความคืบหน้าการทบทวนสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้เรียกประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม โดยมีมติการรับข้อสังเกตจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดิม และข้อสังเกตจากหน่วยงานต่างๆ มาพิจารณาประกอบเพื่อทำการทบทวนหลักเกณฑ์ และจำนวนผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเสนอได้เร็วๆ นี้ 

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเอาข้อมูลของผู้ขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีจำนวน 19 ล้านคน มาดูข้อมูลทั้งหมด เหมือนการรันข้อมูลใหม่เพื่อตรวจสอบให้ถูกต้อง เนื่องจากไม่ได้มีการทบทวนสิทธิมานานกว่า 5 ปี ทำให้ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน มีทั้งผู้ที่เสียชีวิตแล้วหรือมีรายได้สูงขึ้น โดยจำนวน 19 ล้านคนที่ขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในขณะนี้ มาจาก 3 ฐานข้อมูลหลัก ได้แก่ 

1.กลุ่มผู้รับขอสิทธิเดิม 13.2 ล้านคนที่จะนำมาคัดกรองตามเกณฑ์ใหม่ 

2.กลุ่มตกหล่น 5 ล้านคน โดยจากการสำรวจของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ที่ยากจนจริงและเป็นกลุ่มเปราะบาง

3.กลุ่มเป้าหมายเฉพาะ 1 ล้านราย ที่มาจากฐานข้อมูลของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) 

นายเอกนิติ ย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้ยึดติดว่าจำนวนผู้ได้รับสิทธิจะต้องอยู่ที่เท่าใด แม้จะเกิน 14 ล้านคน ก็สามารถทำได้ โดยหัวใจสำคัญคือการดูแลคนที่เดือดร้อนจริงๆ และที่ไม่มีใครดูแล โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่มีลูกหลานดูแล ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเป็นส่วนเสริมจากสวัสดิการพื้นฐานอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง

“ผมได้ลงไปในพื้นที่แล้วได้พบกับคนที่ลำบากจริงก็เห็นใจ เวลาผมลงไปต่างจังหวัด เห็นใจคนที่เดือดร้อน ผู้สูงอายุที่เขาไม่ได้มีลูกหลานดูแลไม่มีอะไรเลย รัฐบาลก็มองว่าต้องเข้าไปดูแลในส่วนนี้ ซึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเป็นตัวเสริมกับสวัสดิการอื่นๆ เช่น สวัสดิการผู้สูงอายุที่เขาได้รับอยู่” นายเอกนิติ กล่าว