เซย์ฮายแฟนๆ “บันเทิงเดลินิวส์” ที่น่ารักของ “นูน่าเมี้ยน” ทุกท่าน วนกลับมาเจอกันอีกเช่นเคยกับคอลัมน์สนุกๆ อย่างคอลัมน์ “SeoulStation” พื้นที่ที่รวบรวมเรื่องราวข่าวสารของวงการบันเทิง K-Pop K-Drama ของนักแสดง และไอดอลเกาหลีในรอบสัปดาห์มาอัปเดตแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ทุกท่านได้เข้ามาอ่านกัน โดยสัปดาห์นี้นูน่ายังคงเอาใจสาวกคอซีรีส์กันอีกเช่นเคย กับซีรีส์เกาหลีแนวออฟฟิศโรแมนซ์เรื่องล่าสุดจากPrime Video อย่าง “See You at Work Tomorrow!” (เจอกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้นะ!) ซึ่งดัดแปลงจากเว็บตูนยอดนิยมของ Kakao ที่ถ่ายทอดทั้งความอบอุ่น อารมณ์ขัน และความโรแมนติกอันชวนใจเต้นของความรักในที่ทำงานยุคใหม่ ผ่านผลงานของผู้กำกับมากฝีมือ “โจอึนซล” และการโคจรมาพบกับครั้งแรกระหว่าง 2 นักแสดงนำเคมีพุ่งแรงอย่าง “ซออินกุก” และ “พัคจีฮยอน” ด้วย

โดยซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนแง่มุมของชีวิตการทำงานเข้ากับแรงดึงดูดทางความรักได้อย่างลงตัว เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่ไม่คาดคิดระหว่าง “คังชีอู” (รับบทโดย ซออินกุก) หัวหน้าทีมผู้เป็นที่หลีกเลี่ยงมากที่สุดในบริษัท และ “ชาจียุน” (รับบทโดย พัคจีฮยอน) นักวางแผนผลิตภัณฑ์ผู้ทำงานมาเป็นปีที่ 7 และเธอตั้งใจว่าจะไม่เปิดใจให้ความรักอีกหลังจากผ่านการเลิกราอันเจ็บปวด ชาจียุนหมดไฟจากชีวิตการทำงาน ใช้ชีวิตโดยเน้นทำงานให้มีประสิทธิภาพ ส่งงานตามกำหนด และความสุขเรียบง่ายของเธอคือการได้กินไก่ทอดกับเบียร์หลังเลิกงานตรงเวลา แต่หัวใจที่ปิดตายของเธอก็ค่อยๆ เปิดรับความรู้สึกอีกครั้งเมื่อคังชีอูเข้ามาในชีวิต

บอกเลยว่างานนี้ “นูน่าเมี้ยน” ไม่ได้มาตัวเปล่าอย่างแน่นอน แต่นูน่าคว้าตัว2 นักแสดงนำอย่าง “ซออินกุก” และ “พัคจีฮยอน” มานั่งสัมภาษณ์พิเศษแบบจัดเต็มฝากแฟนๆ ผู้อ่านSeoulStation” ทุกคนด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ตามมาอ่านกันได้เลย!

เคมีระหว่าง “หัวหน้าทีมคังซีอู” กับ “จียุน” ในเรื่องนี้ เป็นอย่างไร?

ซออินกุก: “ผมอยากถ่ายทอดความรักของวัยผู้ใหญ่ให้ออกมาดูสมจริงครับ พวกเขาตกหลุมรักกันในที่ทำงาน แต่ก็ยังต้องทำงานร่วมกันในสภาพแวดล้อมนั้น ด้วยความที่ต่างฝ่ายต่างห่วงใยกัน ต่อให้จะเข้าใจและแยกแยะได้ว่าบางเรื่องมันเป็นแค่เรื่องงาน แต่บางครั้งก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยใจหรือผิดหวัง ผมเลยพยายามโฟกัสไปที่การถ่ายทอดมวลอารมณ์ความรู้สึกที่มันหลากหลาย ซึ่งมันจะลึกซึ้งไปกว่าแค่ความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมงาน หรือการต้องคอยรับมือกับระบบตำแหน่งหน้าที่ในออฟฟิศครับ”

พัคจีฮยอน: “ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องราวความรักที่สมจริง มีความเป็นผู้ใหญ่ และก็แอบเซ็กซี่เบาๆ ค่ะ (หัวเราะ) แต่แน่นอนว่าฉากหวานๆ ชวนใจเต้นก็ยังมีอยู่นะคะ ทุกครั้งที่เราเข้าฉาก ทั้งผู้กำกับและนักแสดงจะคอยปรึกษากันตลอด ว่าจะทำยังไงให้ความโรแมนติกระหว่างชีอูกับจียุนออกมาให้ดูเป็นความรักแบบผู้ใหญ่จริงๆ ยิ่งพอมีเรื่องปูมหลังของตัวละครเข้ามาเกี่ยว พวกเราเลยต้องระมัดระวังไม่ให้มันออกมาดูเด็กจนเกินไป”

ตัวละคร “คังซีอู” ดูเป็นคนเย็นชาและเจ้าระเบียบมาก คุณมีเทคนิคในการถ่ายทอดมุมที่ “เปราะบาง” ของเขาออกมาให้คนดูรู้สึกเห็นใจได้อย่างไร?

ซออินกุก: “ด้วยความที่เขาเป็นตัวละครที่เย็นชาและเข้มงวดมากๆ ความอ่อนโยนที่หลุดออกมาเพียงแค่เล็กน้อยก็เลยดูโดดเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเลยครับ แค่ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิดก็อาจจะทำให้เขาดูไม่ใช่คังชีอูแล้ว ดังนั้นการหาจุดสมดุลที่ละเอียดอ่อนตรงนี้จึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากทีเดียว และเพราะเขาเป็นคนที่นิ่งขนาดนั้น การจู่ๆ จะให้ยิ้มออกมาหรือเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน มันอาจจะดูผิดธรรมชาติได้ครับ”

ตัวละคร “ชาจียุน” เป็นตัวแทนของพนักงานปีที่ 7 ที่เริ่มหมดไฟ คุณดึงประสบการณ์ส่วนตัวหรือสังเกตจากคนรอบข้างอย่างไร เพื่อให้บทนี้เข้าถึงคนดูวัยทำงาน?

พัคจีฮยอน: “ฉันคิดว่าฉันดึงเอาประสบการณ์ของตัวเองมาใช้มากที่สุดค่ะ ฉันเชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่านเรื่องราวคล้ายๆ กับจียุนมาบ้างอย่างน้อยสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน ความฝันที่ยังดูเลือนราง หรือเรื่องความรัก การที่เราหมดไฟกับอะไรสักอย่าง นั่นแปลว่าเราได้ทุ่มเทกับมันมาแล้ว ฉันก็เลยพยายามคิดทำความเข้าใจอย่างหนักว่าเธอจะฮึดสู้และลุกขึ้นยืนอีกครั้งในสถานการณ์แบบนั้นได้อย่างไร และอะไรคือแรงผลักดันสำคัญของเธอค่ะ”

หลังจากที่ได้สวมบทบาทไปเป็นตัวละครในซีรีส์เรื่องนี้ คุณคิดว่าตัวเองมีส่วนไหนที่คล้ายคลึงกับตัวละครบ้าง?

ซออินกุก: “ผมไม่คิดว่าตัวผมกับคังชีอูจะมีความคล้ายคลึงกันมากนัก แต่ผมก็รู้สึกว่ามวลอารมณ์ของชีอู จะมีความคล้ายกับผมเวลาที่ผมกำลังอารมณ์ไม่ดีน่ะครับ”

พัคจีฮยอน: “จียุนเป็นคนที่จริงจังและทุ่มเททั้งกับเรื่องงานและเรื่องความรักค่ะ ด้วยความที่เธอมีแพสชันเต็มเปี่ยม เวลาเจ็บปวดเธอก็เลยเจ็บหนักมากๆ ซึ่งฉันคิดว่านี่คือสิ่งที่ฉันกับเธอมีความคล้ายกัน การที่เธอต้องเผชิญกับสถานการณ์เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งมันก็ทำให้เธอรู้สึกบอบช้ำ แต่ในระหว่างที่รับบทเป็นจียุน ฉันก็ได้เรียนรู้ว่าแม้แต่ความรู้สึกเหนื่อยล้าเหล่านั้น มันก็ล้วนเป็นผลมาจากการที่เธอทุ่มเทและจริงใจในทุกช่วงเวลาของชีวิตนั่นเองค่ะ”

ในฐานะที่คุณเป็นทั้งนักแสดงและศิลปินที่งานยุ่งตลอดเวลาคุณมีวิธีรีชาร์จพลังตัวเองให้พร้อมสำหรับ “การทำงานในวันพรุ่งนี้” อย่างไร?

ซออินกุก: “หลังจากเสร็จงาน ผมมักจะดื่มวิสกี้สักแก้ว อ่าน webtoons และคอยหาเวลาอยู่กับตัวเองครับ ช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นเหมือนความสบายใจเล็กๆ สำหรับผม และยังเป็นช่วงเวลาที่ช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้อีกด้วยครับ”

ในเรื่องจียุนมีไก่ทอดเป็นความสุข แล้วสำหรับพัคจีฮยอน อะไรคือ “รางวัล” หลังเลิกกองที่ทำให้คุณหายเหนื่อยได้ทันที?

พัคจีฮยอน: “ถ้าพูดถึงการชาร์จพลัง ฉันคิดว่าการกินนี่แหละคือวิธีที่ดีที่สุดค่ะ ช่วงนี้ฉันมักจะสั่ง กบโดรีทัง (แกงไส้วัวตุ๋นรสเผ็ด) มากินบ่อยๆ แล้วก็ติดใจเมนูนี้เข้าอย่างจังเลยล่ะค่ะ (หัวเราะ) เวลาที่ได้สั่งมากินหลังจากถ่ายงานเสร็จ ฉันจะรู้สึกมีความสุขและฟินมาก โอ้..แล้วก็ห้ามพลาดที่จะต้องสั่งวุ้นเส้นเพิ่มเข้าไปด้วยนะคะ”

ซีรีส์เรื่องนี้เหมือนจะสะท้อนภาพของคนวัยผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตทำงานกันตามปกติ แต่ลึกๆ แล้วแอบมีความเจ็บปวดหรือความยากลำบากซ่อนอยู่ ซีรีส์เรื่องนี้ต้องการสื่อข้อความอะไรให้คนดูได้รับกลับไปบ้าง?

ซออินกุก: “ผมคิดว่าทุกคนต่างก็มีความเจ็บปวดและความยากลำบากซ่อนอยู่ข้างในกันทั้งนั้นครับ วิธีที่เราโอบรับสิ่งเหล่านั้นแล้วก้าวเดินต่อไปในชีวิต เป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ผมหวังว่าผู้ชมจะค้นพบแนวทางบางอย่าง และได้เติบโตไปพร้อมๆ กับตัวละคร ผ่านการเฝ้าดูว่า คังชีอู และ ชาจียุนก้าวผ่านปัญหาเหล่านี้ในซีรีส์ของเราไปได้อย่างไร”

พัคจีฮยอน: “ถึงเราทุกคนจะโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว แต่บางครั้งก็ยังรู้สึกว่าชีวิตมันหนักหนาได้เหมือนกันค่ะ ฉันหวังว่าในขณะที่ผู้ชมได้เฝ้าดูตัวละครผ่านการลองผิดลองถูก เผชิญกับความขัดแย้ง และผ่านกระบวนการแก้ไขปัญหาต่างๆ อารมณ์ความรู้สึกที่พวกเขาสัมผัสได้ระหว่างทางจะช่วยมอบความสบายใจในชีวิตประจำวันให้กับพวกเขาได้บ้างค่ะ”

อ่านบทสัมภาษณ์จบแล้ว นูน่าบอกได้คำเดียวเลยค่ะว่า “ต้องดู!” เพราะซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ละครรักในที่ทำงานธรรมดาๆ แต่ดึงเอาเรื่องจริงของชีวิตมนุษย์เงินเดือนล้านแปดเรื่องมาขยี้ได้ถูกจุดสุดๆ เคมีของ “ซออินกุก” ในลุคหัวหน้าทีมสุดเนี้ยบแต่แอบซ่อนความอบอุ่นไว้ข้างใน บอกเลยว่าดาเมจแรงมาก! ส่วน “พัคจีฮยอน” ก็ถ่ายทอดอารมณ์ของคนสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับจนแทบหมดไฟออกมาได้ทัชใจสุดๆ ใครที่กำลังเหนื่อยล้าจากงาน ได้ดูเรื่องนี้แล้วรับรองว่าจะได้ทั้งรอยยิ้ม และพลังบวกกลับไปฮึดสู้ต่อในเช้าวันถัดไปแน่นอน!

สำหรับสัปดาห์หน้า คอลัมน์ “SeoulStation” ของ “นูน่าเมี้ยน” จะมีความพิเศษของนักแสดง ไอดอลคนไหนมาฝากกันอีก ต้องรอติดตามกันให้ดีๆ สำหรับวันนี้… นูน่าขอตัวไปสั่ง “กบโดรีทัง” (แกงไส้วัวตุ๋นรสเผ็ด) เพิ่มวุ้นเส้นตามพัคจีฮยอนมากินย้อมใจก่อนลากสังขารไปทำงานวันพรุ่งนี้ก่อนนะ เจอกันใหม่สัปดาห์หน้า ซารังแฮ!


คอลัมน์ “SeoulStation”
โดย “นูน่าเมี้ยน”