วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.30 น. ที่วัดบ้านโนนหอม ตำบลโนนหอม อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธานในพิธีมอบเงินรางวัลแก่ นายเข็มไทย สิทธิ์นะศรี ผู้ทำคุณงามความดีด้วยการส่งมอบกลองมโหระทึกโบราณให้แก่กรมศิลปากร เพื่อเก็บรักษาเป็นสมบัติของชาติ โดยมีนายศราวุธ สุวรรณจูฑะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวให้การต้อนรับ
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนเมษายน 2569 สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีการพบกลองมโหระทึกในพื้นที่บ้านโนนหอม ต่อมาเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น ร่วมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
จากการสอบถามทราบว่า นายเข็มไทย สิทธิ์นะศรี พบกลองมโหระทึกขณะไถนาเมื่อประมาณปี 2552 โดยพบในลักษณะวางหงาย จึงนำกลับไปเก็บรักษาไว้ที่บ้าน ก่อนจะย้ายไปเก็บไว้ที่วัดป่าบ้านโนนหอม และต่อมาย้ายไปเก็บรักษาที่เรือนผู้ไทกะตะ กระทั่งผู้นำชุมชนและนายเข็มไทย มีความเห็นร่วมกันที่จะส่งมอบโบราณวัตถุชิ้นสำคัญดังกล่าวให้แก่ทางราชการ

คณะกรรมการกำหนดเงินรางวัลสำหรับผู้เก็บได้ซึ่งโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน ได้พิจารณาคุณค่าของกลองมโหระทึกใบนี้ พบว่าเป็นผลงานที่สะท้อนเทคโนโลยีการผลิตอันแสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นขั้นสูง มีส่วนผสมของดีบุกในสัดส่วนที่พบได้ยาก และมีอายุราว 2,100-2,700 ปี จึงประเมินมูลค่าไว้ที่ 600,000 บาท และอนุมัติเงินรางวัลตอบแทนแก่ผู้ส่งมอบจำนวน 200,000 บาท หรือหนึ่งในสามของราคาประเมิน เพื่อเชิดชูเกียรติและตอบแทนจิตสาธารณะของพลเมืองดี
กรมศิลปากรจะนำกลองมโหระทึกใบดังกล่าวส่งไปยังศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์โบราณวัตถุ เพื่อดำเนินการอนุรักษ์และซ่อมแซมโลหะสัมฤทธิ์ที่ชำรุดตามกาลเวลากว่า 2,000 ปี หลังจากแล้วเสร็จจะนำกลับมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นายพนมบุตร กล่าวว่า กลองมโหระทึกมีต้นกำเนิดจากจีนตอนใต้ และพบกระจายอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งล่าสุดยังมีการค้นพบกลองมโหระทึกอีก 6 ใบ ที่อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี แม้จะมีขนาดเล็กกว่ากลองใบนี้ แต่ล้วนเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาคอุษาคเนย์

สำหรับกลองมโหระทึกที่ นายเข็มไทย สิทธิ์นะศรี ส่งมอบนั้น อธิบดีกรมศิลปากรระบุว่า เป็นโบราณวัตถุที่มีขนาดใหญ่และมีความสมบูรณ์สูง โดยเฉพาะลวดลายหน้ากลองรูปดวงอาทิตย์ ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง พร้อมย้ำว่า สิ่งที่มีคุณค่าไม่แพ้ตัวโบราณวัตถุ คือจิตสำนึกของพลเมืองดีที่เลือกส่งมอบสมบัติของชาติให้ประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้ แทนการเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว โดยกรมศิลปากรได้มอบเงินรางวัลจากกองทุนโบราณคดีเพื่อแสดงความขอบคุณต่อการเสียสละดังกล่าว ซึ่งถือเป็นคุณงามความดีที่ประเมินค่าไม่ได้



