ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลถ้ำรงค์ ร่วมกับอำเภอบ้านลาด และภาคีเครือข่าย จัดเวทีระดมความคิดเห็น “การพัฒนาและยกระดับชุมชนถ้ำรงค์สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้ตาลโตนดเป็นอัตลักษณ์” เพื่อร่วมกันวางรากฐานการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากสู่ระดับประเทศ โดยมี นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นายบรรพต กำไลแก้ว นายก อบต.ถ้ำรงค์ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ มีผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งผู้นำชุมชน บุคลากรภาคีเครือข่าย กลุ่มภูมิปัญญาด้านตาล กลุ่มเกษตรกร และกลุ่มผู้แปรรูปผลผลิตจากตาล
นายบรรพต เปิดเผยว่า ตาลโตนดคือมรดกทางธรรมชาติและวิถีชีวิตที่อยู่คู่กับชาวเพชรบุรีมาอย่างยาวนาน ภูมิปัญญาการปีนตาลและการแปรรูปสะท้อนถึงการพึ่งพาอาศัยระบบนิเวศอย่างยั่งยืน การจัดเวทีในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ 1) อนุรักษ์ภูมิปัญญาการทำตาลโตนดไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา 2) พัฒนาพื้นที่ตำบลถ้ำรงค์ให้เป็นแหล่งรวบรวมน้ำตาลโตนดที่มีคุณภาพของจังหวัดเพชรบุรี และ 3) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรเพื่อสร้างรายได้และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน นับเป็นการอนุรักษ์มรดกธรรมชาติ ปั้น “ถ้ำรงค์” ศูนย์กลางน้ำตาลโตนดเมืองเพชร

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์พจนารถ บัวเขียว รองประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านลาด กล่าวเพิ่มเติมว่า การระดมความคิดในครั้งนี้เน้นย้ำเรื่องการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างอัตลักษณ์ของน้ำตาลโตนด โดยจะนำ “งานวิจัย” เข้ามาช่วยยกระดับทั้งกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพสูงขึ้น เป้าหมายสำคัญคือ ผลักดันให้ “พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านถ้ำรงค์” กลายเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม ขยายผล และยกระดับเรื่องราวของน้ำตาลโตนดซึ่งเป็นอัตลักษณ์หลักของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการใช้นวัตกรรม และงานวิจัยยกระดับ ขยายผลสู่พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

ขณะนายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด ได้เน้นย้ำว่า วิถีชีวิตและตาลโตนดของชาวถ้ำรงค์เป็นสิ่งที่มีคุณค่าโดดเด่น การระดมสมองครั้งนี้จะช่วยให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนตำบลถ้ำรงค์ให้เป็นศูนย์รวมเรื่องราวและแหล่งน้ำตาลโตนดที่มีชื่อเสียงอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ ข้อสรุปทั้งหมดจากการประชุมจะถูกนำไปบูรณาการร่วมกับแผนพัฒนาท้องถิ่น เพื่อนำเสนอและรายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดและองคมนตรี ในการร่วมผลักดันให้ตำบลถ้ำรงค์ก้าวสู่การเป็น “ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรวัฒนธรรมระดับประเทศ” ต่อไป



