ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ นำคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วย นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรวบรวมข้อมูลเชิงประจักษ์ประกอบการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทย–อันดามัน (Landbridge)

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เริ่มต้นที่จังหวัดระนอง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้รับฟังข้อมูล ข้อห่วงกังวล และข้อคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแหลมสนก่อนลงสำรวจบริเวณอ่าวเคยและท่าเรือระนอง เพื่อตรวจสอบสภาพทรัพยากรทางทะเล ระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์พื้นที่ของชุมชน ขณะที่การลงพื้นที่จังหวัดชุมพร คณะฯ ได้ติดตามพื้นที่ในแนวโครงการ พร้อมประเมินสภาพพื้นที่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน

ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นหนึ่งในสามคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการอย่างรอบด้าน โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ได้ตรวจสอบทั้งพื้นที่ชายฝั่งที่เกี่ยวข้องกับการถมทะเล และพื้นที่บนบกตามแนวเส้นทางรถไฟและมอเตอร์เวย์ โดยเฉพาะบริเวณที่โครงการอาจพาดผ่านพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญ

ในโอกาสนี้ คณะอนุกรรมการฯได้รับฟังข้อมูลเกี่ยวกับการเตรียมมาตรการป้องกันและลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าหายากและชนิดพันธุ์ที่มีความเปราะบาง ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดมาตรการดำเนินงานที่รอบคอบและเป็นไปตามหลักวิชาการ เพื่อให้การพัฒนาโครงการสามารถดำเนินควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ทั้งสองจังหวัดนั้น คณะอนุกรรมการฯ จะนำผลการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวรายงานต่อคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์)และนำไปประกอบการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงวิชาการ รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประเทศบนพื้นฐานของความสมดุลและความยั่งยืนต่อไป



