เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 69 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงาน ล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอม  วิสาหกิจชุมชนตลาดกลางมะพร้าวน้ำหอมไทย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พร้อมพบปะเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมและผู้ประกอบการในพื้นที่

นางศุภจี กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหามะพร้าวน้ำหอมครบวงจร โดยล้งชุมชนมะพร้าวน้ำหอมเป็นต้นแบบ เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกร ควบคุมคุณภาพ ยกระดับมาตรฐาน การคัดแยก การแปรรูป และเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศ  ที่สำคัญจะตั้งเป้าให้เป็นช่องทางจำหน่ายและรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม  

“หลังจากนำร่องล้มชุมชน ที่จังหวัดราชบุรีเป็นพื้นที่ต้นแบบแล้ว   มีแผนขยายผลไปยังจังหวัดแหล่งผลิตสำคัญ ได้แก่ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอมอื่น  รวมถึงนำไปใช้กับผลไม้ชนิดอื่นด้วย”

นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังขอให้จัดทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในการจัดทำแผนแม่บทและรูปแบบการบริหารจัดการล้งชุมชน เพื่อให้ดำเนินงานดียิ่งขึ้น โดยนำองค์ความรู้และรูปแบบการดำเนินงานไปขยายผลสู่พื้นที่อื่นซึ่งในราชบุรี  อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งล้งชุมชนเพิ่มเติมในอำเภอบางแพ ก่อนขยายสู่จังหวัดผู้ผลิตมะพร้าวน้ำหอมสำคัญทั่วประเทศ

นางศุภจี กล่าวต่อว่า กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งตรวจสอบกระบวนการแปรรูปมะพร้าวและการรับซื้ออย่างเข้มงวด หลังพบความเสี่ยงของการปลอมปน โดยขณะนี้ได้เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปแล้ว 24 แห่ง และพบผู้ประกอบการบางรายที่เข้าข่ายกระทำผิด จึงได้ดำเนินการร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

ล้งชุมชนแห่งนี้เป็นต้นแบบที่สะท้อนความร่วมมือของเกษตรกรในพื้นที่ในการรวบรวมผลผลิตคุณภาพเข้าสู่ระบบที่ได้มาตรฐาน เป็นทางเลือกสำคัญให้สมาชิกสามารถจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ เครื่องปอกเปลือกมะพร้าว ระบบสายพาน และอุปกรณ์คัดแยกผลผลิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และรองรับปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงนำผู้ซื้อภายในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับวิสาหกิจชุมชน“

นอกจากนี้  กระทรวงยังสร้างมูลค่าเพิ่มจากทุกส่วนของมะพร้าว  โดยนำเปลือกมะพร้าว กะลามะพร้าว และวัสดุเหลือใช้มาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม อาทิ วัสดุบรรจุภัณฑ์ เชื้อเพลิง ไบโอชาร์ ผลิตภัณฑ์รักษ์โลก และพลังงานทดแทน ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนผ่านธนาคารออมสินและเอสเอ็มอี ดี แบงก์   เพื่อส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรมและการแปรรูป

ด้านนายจรัญ เจริญทรัพย์ นายกสมาคมมะพร้าวน้ำหอมไทย กล่าวว่า ล้งชุมชนเริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 โดยระยะแรกมุ่งเน้นการรองรับตลาดภายในประเทศ ผ่านความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย โมเดิร์นเทรด และหน่วยงานในพื้นที่ ก่อนขยายสู่ตลาดส่งออก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ซื้อหลายรายให้ความสนใจเข้ามาเชื่อมโยงธุรกิจแล้ว พร้อมวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตและใช้ความร่วมมือกับโรงงานมาตรฐานในรูปแบบ โออีเอ็ม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแปรรูปโดยไม่จำเป็นต้องลงทุนก่อสร้างโรงงานขนาดใหญ่เอง

“เป้าหมายสำคัญของล้งชุมชนคือการสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้เกษตรกร โดยตั้งเป้ารับซื้อผลผลิตในราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิตเช่น ต้นทุนลูก 5 บาท จะรับซื้อไม่ต่ำกว่า 6 บาท   ไม่ให้เกิดปัญหาราคาตกต่ำเหลือเพียง 2–3 บาทต่อลูกดังเช่นที่ผ่านมา  ซึ่ง ล่าสุดราคาขยับขึ้นไปเป็นลูกละ 13 – 15 บาทแล้วแต่ขณะเดียวกันก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐก็ช่วยสนับสนุนในเรื่องเครื่องจักร รวมถึงแหล่งเงินทุนเพื่อเสริมสภาพคล่องเพิ่มเติม“