สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ซึ่งประกาศตนเมื่อเดือนที่แล้วว่า จะลงจากตำแหน่งหลังจากนั่งเก้าอี้ผู้นำมา 2 ปี กล่าวในการสัมภาษณ์กับบีบีซีว่า นโยบายการต่างประเทศและนโยบายภายในประเทศ ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ เนื่องจากอังกฤษกำลังเผชิญกับโลกที่ผันผวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
Across the big issues, this country is in a better place than when I inherited it two years ago. pic.twitter.com/Gs5Yt8b5KB
— Keir Starmer (@Keir_Starmer) July 4, 2026
สตาร์เมอร์กล่าวว่า มักมีการถกเถียงกันว่า อะไรคือความสมดุลที่เหมาะสมระหว่างการจัดการกิจการระหว่างประเทศ กับกิจการภายในประเทศ แต่แท้จริงแล้ว มันคือสิ่งเดียวกัน
เมื่อถูกถามว่านายกรัฐมนตรีจะใช้เวลาในการทูต น้อยกว่าที่เขาเคยทำได้หรือไม่ สตาร์เมอร์ตอบว่า “ไม่” และเขาคิดว่า “มันเป็นไปไม่ได้”
ตรงกันข้ามกับสตาร์เมอร์ นายแอนดี เบิร์นแฮม สมาชิกสภาสามัญ ซึ่งเป็นตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้ให้คำมั่นว่า เขาจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญภายในสหราชอาณาจักร รวมถึงมาตรฐานค่าครองชีพ ที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน และการกระจายอำนาจไปยังภูมิภาคต่าง ๆ มากขึ้น
You asked me about this government’s achievements over the last two years.
— Keir Starmer (@Keir_Starmer) July 4, 2026
Here they are. pic.twitter.com/j3RwuIm8Nc
ในวิดีโอ “With Keir” ที่ทวีตบนเอ็กซ์ เมื่อวันเสาร์ (4 ก.ค.) สตาร์เมอร์ได้ปกป้องนโยบายการมุ่งเน้นด้านนานาชาติของเขา โดยกล่าวว่า สหราชอาณาจักรได้ฟื้นฟูสถานะในเวทีโลกแล้ว โดยอ้างถึงการสนับสนุนยูเครน และการเข้าร่วมในกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศ
นอกจากนั้น นอกเหนือจากนโยบายที่เขาภาคภูมิใจ สตาร์เมอร์ยังชี้ให้เห็นถึงผลงานในด้านการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การลดความยากจนในเด็ก และการปรับปรุงระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส).
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



