เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อดังอย่าง “ทนายอาสาให้คำปรึกษากฎหมายฟรี” ได้มีการแชร์โพสต์สุดอัดอั้นของหญิงสาวอายุ 23 ปีรายหนึ่ง ที่เข้ามาตั้งคำถามระบุว่า “แจ้งความจับพ่อตัวเองได้มั้ยคะผิดรึเปล่า” ก่อนจะเล่าเรื่องราวความบอบช้ำที่เธอต้องเผชิญจากคนในครอบครัว
ตัดอนาคต-บังคับกู้หนี้ยืมสิน
หญิงสาวเจ้าของโพสต์ระบุว่า ปัจจุบันตนเองบรรลุนิติภาวะแล้ว และเพิ่งจะได้งานทำในต่างจังหวัด ซึ่งตั้งใจจะไปทำงานเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว แต่กลับถูกผู้เป็นพ่อสั่งห้ามและขัดขวางไม่ให้ไป โดยให้เหตุผลว่า ต้องการให้เธออยู่ชดใช้หนี้สินแทน หนำซ้ำ เมื่อเธอไม่มีเงินให้ พ่อกลับบังคับให้เธอไปกู้หนี้ยืมสินจากคนอื่น เพื่อนำเงินมาให้พ่อใช้หนี้ต่อ จนปัจจุบันเธอไม่เหลือเงินเก็บหรือเงินใช้ส่วนตัวเลยแม้แต่บาทเดียว
“เราอยากสร้างตัว แต่เขาตัดโอกาสเราหมด ทั้งข่มขู่ ด่าทอ และกดดัน จนตอนนี้เป็นโรคซึมเศร้าเพราะพ่อ” เจ้าของโพสต์ระบุ
ใจสลาย พ่อฉีกใบนัดหมอ-ด่าซ้ำปัญญาอ่อน
ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องเงิน หญิงสาวเล่าต่อด้วยความช้ำใจว่า สภาพจิตใจของเธอแย่มากจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า แต่ผู้เป็นพ่อกลับไม่ได้แสดงความเห็นอกเห็นใจ ซ้ำร้ายยังทำลายการรักษาด้วยการ “ฉีกใบนัดของแพทย์ทิ้ง” พร้อมกับด่าทอเธอว่าเป็นคนปัญญาอ่อน จนทำให้เธอรู้สึกว่าร่างกายและจิตใจรับไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว จึงต้องออกมาโพสต์ถามข้อกฎหมายว่า จะสามารถเอาผิดกับพ่อแท้ๆ ได้อย่างไรบ้าง
ทัวร์ลงยับ ชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์
หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง มีผู้คนบนโลกออนไลน์เข้ามากดไลก์และแสดงความคิดเห็นถล่มทลายหลายร้อยข้อความ โดยเสียงส่วนใหญ่ต่างแสดงความเห็นอกเห็นใจลูกสาว และมองว่าสถาบันครอบครัวควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย ไม่ใช่ที่กดขี่ข่มเหงหรือมองลูกเป็นเครื่องมือหาเงิน
ขณะเดียวกัน มีนักกฎหมายและชาวเน็ตเข้ามาแนะนำให้เธอรีบพาตัวเองออกจากบ้านหลังดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย และไปปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พม.) หรือมูลนิธิที่ดูแลสตรีและเด็ก เพื่อหาทางออกและเยียวยาสภาพจิตใจโดยด่วน


