เมื่อวันที่ 3 ก.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยความคืบหน้า หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวชายวัย 59 ปี คนขับรถเก๋งที่นำพัสดุไปส่งยังคอนโดฯ ของ น.ส.มีนา ได้แล้ว โดยขณะนี้ได้เชิญตัวมาสอบปากคำในฐานะ พยาน จากการสอบสวนเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวให้การรับว่าเป็นผู้ขับรถคันที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบจริง โดยทำหน้าที่ขับรถนำพัสดุไปส่ง และในวันเกิดเหตุมีชายอีก 1 คน ร่วมเดินทางมาด้วย
จากคำให้การ ชายคนขับอ้างว่ามีอาชีพเป็นไรเดอร์รับส่งพัสดุทั่วไป แต่ในกรณีนี้เป็นการรับงานนอกระบบ ไม่ได้ผ่านแอปพลิเคชัน และได้รับค่าจ้างเป็นเงินสดจำนวน 1,600 บาท
พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุว่า ในส่วนของค่าจ้างและผู้ว่าจ้างนั้น ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด และจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากชายคนดังกล่าวยังคงปฏิเสธหลายประเด็น และคำให้การยังไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากนัก
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า วันนี้ตำรวจไม่ได้รับฟังเพียงคำให้การของผู้ถูกสอบสวนเท่านั้น แต่ให้น้ำหนักกับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ เนื่องจากเป็นคดีระหว่างประเทศที่ต้องประสานความร่วมมือกับต่างประเทศ ส่วนกรณีที่ น.ส.มีนา จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้หรือไม่นั้น ตำรวจยังคงเปิดไว้ทุกประเด็น และยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของชายคนขับรถเก๋งรายนี้ ยังพบว่าเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเคยถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ก่อนจะได้รับการลดโทษ และรับโทษจริงเป็นเวลา 20 ปี กระทั่งพ้นโทษออกมา ก่อนจะพบว่าเข้ามาเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว
ส่วนรถเก๋งที่ใช้ก่อเหตุ ชายคนดังกล่าวอ้างว่าเป็นรถของตนเอง แต่จดทะเบียนในชื่อบุคคลอื่น ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลว่ามีความเชื่อมโยงไปถึงใครบ้าง รวมทั้งตรวจสอบประเด็นที่หลังเกิดเหตุมีการนำรถเก๋งคันดังกล่าวไปซ่อมที่อู่แห่งหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งที่ในกรุงเทพมหานครมีอู่ซ่อมรถจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นอีกประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องเร่งขยายผล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงตัวละครสำคัญอย่าง “โรสโรส” ว่าทำหน้าที่เป็นแอดมินล่อลวงให้ น.ส.มีนา เข้าร่วมขบวนการลำเลียงยาเสพติดหรือไม่ พล.ต.ต.ธีรเดช ปฏิเสธที่จะลงรายละเอียด แต่ยืนยันว่าคดีนี้เป็นขบวนการขนาดใหญ่ระดับสากล พร้อมระบุว่า วิธีการหรือแผนประทุษกรรม หรือที่เรียกว่า “ลายเซ็น” ของคนร้ายกลุ่มนี้ มีรูปแบบเดียวกับแก๊งสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่มีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังพบเบาะแสสำคัญว่า เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ชายคนขับรถเก๋งรายนี้นำพัสดุไปส่งทั้งหมด 2 จุด คือบริเวณซอยเสือใหญ่ และคอนโดฯ ของ น.ส.มีนา โดยผู้รับพัสดุรายแรกถือว่าโชคดีที่ตัดสินใจส่งพัสดุคืน ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ส่วนจะเป็นแอร์โฮสเตสหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
ส่วน ชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงิน ที่สังคมกำลังจับตา ชุดสืบสวนมีข้อมูลอยู่แล้ว รวมทั้งอยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงว่า ชายคนขับรถรายนี้เป็นผู้ว่าจ้างหรือเป็นเจ้านายของชายสวมเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินหรือไม่ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผล และขอให้ติดตามความคืบหน้าเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานในเบื้องต้น ชุดสืบสวนจะควบคุมตัวชายคนขับรถ พร้อมรถยนต์ของกลาง ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน บช.ปส.1 ดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะเริ่มกระบวนการที่ สน.บางนา ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบ เนื่องจากคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องหลายพื้นที่
ทั้งนี้ การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนขยายผล เพื่อทลายและขุดรากถอนโคนเครือข่ายทั้งหมด ไม่ใช่ดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการเพียงระดับปฏิบัติการเท่านั้น



