เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 69 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายวิชัย ทิพรักษ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ สังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในข้อหาร่ำรวยผิดปกติ หลังพบทรัพย์สินในบัญชีตนเองและคู่สมรสเพิ่มขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับรายได้รวมกว่า 1 ล้านบาท พร้อมส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และสั่งให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษไล่ออกภายใน 60 วัน
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายวิชัย ทิพรักษ์ ในระหว่างดำรงตำแหน่งระหว่างปี พ.ศ. 2555-2563 มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) รวมเป็นเงินจำนวน 3,786,733.54 บาท แต่กลับมีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นผิดปกติ ไม่สัมพันธ์กับรายได้ และไม่สามารถพิสูจน์หรือแสดงที่มาของทรัพย์สินดังกล่าวได้ โดยเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของตนเองและคู่สมรส รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,082,070.80 บาท ประกอบด้วย
- เงินฝากธนาคารในชื่อ นายวิชัย ทิพรักษ์ จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 306,000.00 บาท
- เงินฝากธนาคารในชื่อ นางรติมา ทิพรักษ์ (คู่สมรส) จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 776,070.80 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติว่า นายวิชัย ทิพรักษ์ ผู้ถูกกล่าวหา ร่ำรวยผิดปกติ โดยมีทรัพย์สินมากผิดปกติหรือมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,082,070.80 บาท
ป.ป.ช. ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสาร พยานหลักฐาน และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติตกเป็นของแผ่นดิน และแจ้งคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อสั่งลงโทษไล่ออกภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนซ้ำ ทั้งนี้ หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินที่ชี้มูลให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ขอให้ศาลบังคับเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลา 10 ปี



