เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางไปพบปะผู้นำระดับสูงของประเทศในภูมิภาคอาเซียน ว่า เป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทย ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจของโลกที่ผันผวนอยู่ตลอดเวลา แม้การเดินทางครั้งนี้อาจไม่ถูกใจกลุ่มขาประจำที่มองด้วยความเคลือบแคลงสงสัย มีความเห็นต่างอยู่บ้าง ถือเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย แต่ไม่ควรปล่อยให้มาบดบังโอกาสในการสร้างรายได้ สร้างงาน ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นการดำเนินการในนามส่วนตัว ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ไม่ใช่การวัดพลังทางการเมืองหรือมีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง นายทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ น.ส.แพทองธาร ถึงจะไม่มีตำแหน่งทางการเมือง แต่ยังห่วงใยประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน หากมีแนวคิดนำไปสู่การประสานเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ เป็นเรื่องน่ายินดี
“โลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก เป็นโลกแห่งนวัตกรรม เศรษฐกิจสมัยใหม่ ประเทศไทยควรใช้ทุกโอกาสที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะมาจากภาครัฐ ภาคเอกชน หรือคนไทยที่มีเครือข่ายต่างประเทศ หากสามารถช่วยเปิดตลาด ดึงการลงทุน สร้างความเชื่อมั่น ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจได้ มีแต่ได้กับได้ ควรมองว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นเสมือนทูตเศรษฐกิจภาคประชาชน ที่ช่วยกันสร้างโอกาสหาเงินเข้าประเทศ ความขัดแย้งทางการเมือง อคติจ้องจับผิด มีแต่จะบั่นทอน เราควรมองไปปลายทางแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจ งานที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ดีขึ้นของประชาชน” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลเร่งต่อยอดทุกโอกาสที่เกิดขึ้นให้เป็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการค้า การลงทุน การส่งออก การท่องเที่ยว การพัฒนาเศรษฐกิจยุคใหม่ ควบคู่กับการยกระดับภาคเกษตร ผู้ประกอบการ SME วิสาหกิจชุมชน และแรงงานไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เปิดตลาดใหม่ สร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ และกระจายรายได้สู่ประชาชนอย่างทั่วถึง
“ประเทศไทยต้องเปลี่ยนทุกโอกาสให้เป็นการค้า เปลี่ยนทุกความร่วมมือให้เป็นการลงทุน เปลี่ยนทุกคอนเนกชั่นที่เป็นประโยชน์ให้เป็นรายได้ของประชาชน ความสำเร็จของประเทศจะมีความหมาย ต่อเมื่อประชาชนมีงานทำ มีรายได้เพิ่ม ผู้ประกอบการมีตลาดใหม่ เกษตรกรขายผลผลิตได้ดี และเศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกับคุณภาพชีวิตของคนไทยทุกคน” นายพร้อมพงศ์ กล่าว



