สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า นายกรัฐมนตรีลี เซียน ลุง กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศว่า อัตราเงินเฟ้อน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจากงบประมาณและการใช้จ่ายในหลายส่วน “สามารถบริหารจัดการได้” ซึ่งจะช่วยให้สิงคโปร์สามารถเอาตัวรอดจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
อย่างไรก็ตาม ผู้นำสิงคโปร์มองว่า ปัจจัยภายนอกยังคงผันผวน โดยเฉพาะความขัดแย้งด้านภูมิศาสตร์การเมืองในหลายพื้นที่บนโลก กอปรกับการที่เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศขนาดใหญ่หลายแห่งบนโลกยังคงอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถดถอย และธนาคารกลางของประเทศเหล่านั้นยังคงเดินหน้าปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อควบคุมภาวะเงินเฟ้อภายในประเทศของตัวเอง
Singapore 'cautiously optimistic' about economic prospects amid volatile global environment: PM Lee https://t.co/xpFqoQmuj8 pic.twitter.com/6Qi8Btlyia
— CNA (@ChannelNewsAsia) April 30, 2023
ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ วิจารณ์การที่หลายประเทศยังคง “ขัดขวาง” กลไกลการค้าพหุภาคี ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ ของการส่งเสริมความร่วมมือการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์จะยังคงไว้ซึ่งการดำเนินนโยบายเปิดกว้างทางการค้าและธุรกิจต่อประชาคมโลก เนื่องจากความร่วมมือดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ “ความอยู่รอด” ของสิงคโปร์
แม้เป็นประเทศขนาดเล็กมาก โดยมีพื้นที่เพียง 733 ตารางกิโลเมตร และประชากรราว 5.6 ล้านคน แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ของสิงคโปร์ มีมูลค่าสูงถึง 700,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 23.9 ล้านล้านบาท ) เมื่อปีที่แล้ว ตามการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( ไอเอ็มเอฟ ) หลายฝ่ายจึงถือให้เศรษฐกิจของสิงคโปร์ คือหนึ่งใน “มาตรวัด” สภาพแวดล้อมของเศรษฐกิจโลก
อนึ่ง เศรษฐกิจของสิงคโปร์ขยายตัว 3.6% เมื่อปี 2565 ลดลงมากเมื่อเทียบกับสถิติ 8.9% ของปี 2564 ขณะที่ธนาคารกลางสิงคโปร์คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ไว้ที่ระหว่าง 0.5-2.5%.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



