แม้ตอนนี้จะเหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือนกว่าๆ ก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่ทวีปอเมริกาเหนือจะเริ่มต้นขึ้น แต่อุตสาหกรรมโรงแรมในนิวยอร์กกำลังประสบปัญหาอัตราการเข้าพักต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อัตราการเข้าพักของโรงแรมในนิวยอร์กช่วงฟุตบอลโลก 2026 ยังคงอยู่ที่ 18% เท่านั้น ตัวเลขนี้ครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2026 ซึ่งเป็นวันเปิดสนามฟุตบอลโลกที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ ไปจนถึง 19 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นวันแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ
อัตราการจองห้องพักต่ำกว่าช่วงเวลาเดียวกันกับของปีที่แล้วถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ไม่เพียงแต่ในนิวยอร์กเท่านั้น แต่เมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลกอื่นๆ เช่น บอสตัน แวนคูเวอร์ และโทรอนโต ก็มีอัตราการจองห้องพักที่ต่ำกว่าปีที่แล้วเช่นกัน อย่างไรก็ดี ในทางกลับกัน ดัลลัสกลับมีแนวโน้มที่โดดเด่น โดยมีอัตราการจองห้องพักสูงกว่าปีที่แล้วถึง 11 เปอร์เซ็นต์
ด้วยจำนวนประเทศที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 48 ประเทศ ทำให้จำนวนแมตช์ทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 104 แมตช์ จานนี อินฟานติโน ประธานฟีฟ่า เคยกล่าวว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเหมือน “ซูเปอร์โบวล์ 104” ที่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจ แต่ดูเหมือนผู้ประกอบการโรงแรมจะตีความคำว่า ซูเปอร์โบวล์เป็นการ “ขึ้นราคาตามใจชอบ” จนเกินไป
ทาง คริสโตเซอร์ นาสเซตตา ซีอีโอของโรงแรมฮิลตัน กล่าวในงานอีเวนต์ล่าสุดว่า “ความต้องการเข้าชมฟุตบอลโลกนั้น ไม่มากเท่าที่คาดไว้”
อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือค่าที่พักที่พุ่งสูงขึ้น ในคืนก่อนรอบชิงชนะเลิศ การเข้าพักในโรงแรมใกล้สนามกีฬาเม็ตไลฟ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งรอบชิงดำ มีราคาต่อคืนสูงถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.3 แสนบาท) เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการเข้าพักโรงแรมเดียวกัน นี่คือส่วนต่างที่มากกว่า 13 เท่า นอกจากนี้ ค่าตั๋วรถไฟไปกลับ จากนิวยอร์กไปยังสนามกีฬายังมีราคาสูงถึง 150 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,000 บาท) อีกด้วย
ปัจจัยที่ขัดขวางการไหลเข้าของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสำหรับชาวเอเชีย และอเมริกาใต้สูงขึ้นมาก ประกอบกับความล่าช้าในการออกวีซ่าเข้าสหรัฐ ทำให้หลายคนไม่กล้าจองที่พักล่วงหน้า ขณะที่เที่ยวบินก็ลดลง ไม่มากเท่าช่วงก่อนโควิด
การตั้งราคาห้องพักให้สูงขึ้น 13 เท่า ในขณะที่ค่าครองชีพทั่วโลกยังตึงตัว คือการไล่แฟนบอลตัวจริงออกไป และเหลือไว้เพียงกลุ่มมหาเศรษฐี ซึ่งอาจทำให้บรรยากาศในสนามดูจืดชืดกว่าที่ควรจะเป็น หากนิวยอร์กและเมืองอื่นๆ ไม่ปรับสมดุลราคาในนาทีสุดท้าย เราอาจได้เห็นฟุตบอลโลกที่สนามเต็มไปด้วยเก้าอี้ว่างก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อตารางการแข่งขันของทีมยอดนิยมอย่าง บราซิล เยอรมนี อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส ได้รับการยืนยันแล้ว ความสนใจจึงพุ่งไปที่ว่า จะมีผู้คนแห่กันจองตั๋วมากน้อยแค่ไหน ในช่วงนาทีสุดท้ายก่อนเริ่มการแข่งขัน.
ที่มาและภาพ : insight korea



