เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์กรุงเทพ) มีการจัดงาน “จากสวนโมกข์ สู่โลก AI” ในวาระ 120 ปี ท่านพุทธทาสภิกขุ พร้อมเปิดตัวโครงการพัฒนาฐานข้อมูลจดหมายเหตุพุทธทาสดิจิทัล “พุทธทาส AI” โดยสวนโมกข์กรุงเทพร่วมกับสำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนาฐานข้อมูลจดหมายเหตุพุทธทาสดิจิทัล “พุทธทาส AI” เพื่อรวบรวม จัดระบบ และต่อยอดองค์ความรู้จากเอกสาร หนังสือ เสียงปาฐกถา และงานเผยแผ่ธรรมของท่านพุทธทาสภิกขุ ให้อยู่ในรูปแบบที่ค้นคว้า อ้างอิง และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นในยุคดิจิทัล เพื่อรองรับการศึกษา วิจัย และการพัฒนาเครื่องมือใหม่ๆ ในอนาคตโดยมี ศ.กิตติคุณ นพ.จรัส สุวรรณเวลา ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดี ม.สงขลานครินทร์ รศ.ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ ม.สงขลานครินทร์ นพ.บัญชา พงษ์พานิช ผอ.หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ พระไพศาล วิสาโล นายวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นายกรุณพล พานิช ผู้จัดการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ รองศาสตราจารย์ ดร.สินชัย กมลภิวงศ์ ผอ.สำนักนวัตกรรมดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ ผศ.ดร.พงค์เทพ สุธีรวุฒิ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและยุทธศาสตร์ รักษาการแทนผอ.โครงการจัดตั้งสถาบันสุวรรณภูมิ ร่วมงาน

โดยโครงการดังกล่าวเป็นการพัฒนาระบบ AI ต้นแบบ สำหรับทดลองนำองค์ความรู้ทางธรรมมาใช้ในการสืบค้นและสนทนาในรูปแบบร่วมสมัย ซึ่งไม่ใช่การสร้าง AI ที่มาแทนการศึกษาธรรมะ แต่เป็นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางองค์ความรู้ ที่ช่วยให้ข้อมูลจดหมายเหตุสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ ทั้งในด้านการศึกษา งานวิจัย และการสื่อสารกับคนรุ่นใหม่
โครงการ “พุทธทาส AI” ดำเนินการขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 120 ปี ชาตกาลของ พุทธทาสภิกขุ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนา AI ที่ตั้งอยู่บนฐานคำสอนของท่านพุทธทาส เพื่อเป็น “กัลยาณมิตรทางดิจิทัล” ที่ช่วยชี้แนะแนวทางการเข้าใจชีวิตและคลี่คลายความทุกข์ในโลกยุคใหม่ หัวใจสำคัญของโครงการคือแนวคิด “ฝึก AI ให้เป็นพุทธทาส” ไม่ใช่การจำลองตัวตนหรือสร้างภาพแทนของท่านพุทธทาสขึ้นมาใหม่ แต่เป็นการพัฒนา AI ให้เรียนรู้วิธีคิด หลักธรรม และกรอบสัมมาทิฏฐิจากคำสอนต้นฉบับอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถสื่อสารธรรมะได้อย่างถูกต้อง รอบคอบ และเหมาะสมกับบริบทชีวิตร่วมสมัย โดยจัดทำฐานข้อมูลจากหนังสือชุด “ธรรมโฆษณ์” และผลงานสำคัญของท่านพุทธทาสรวม 334 เล่ม โดยความร่วมมือกับ ม.สงขลานครินทร์ ในการดำเนินการ OCR (Optical Character Recognition) เพื่อแปลงเอกสารต้นฉบับสู่ฐานข้อมูลดิจิทัล ฐานข้อมูลดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็น “ต้นทางปัญญา” (Single Source of Truth) ของระบบ เพื่อให้การตอบคำถามและการสื่อสารธรรมะของ AI ตั้งอยู่บนรากฐานคำสอนที่ถูกต้องและตรวจสอบย้อนกลับได้ ลดความคลาดเคลื่อนในการตีความ และรักษาแก่นคำสอนของท่านพุทธทาสให้ใกล้เคียงต้นฉบับมากที่สุด
ปัจจุบันโครงการ “พุทธทาส AI” ยังอยู่ในช่วงพัฒนา และเปิดรับความร่วมมือในลักษณะ Open Collaboration เพื่อร่วมกันออกแบบเครื่องมือทางปัญญาที่มีคุณภาพสำหรับสังคม โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้สนใจจากหลากหลายสาขาเข้ามามีส่วนร่วม อาทิ ด้านเทคโนโลยี: ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI, Natural Language Processing (NLP), Data Engineering และการจัดการองค์ความรู้ ด้านหลักธรรม: นักวิชาการ พระสงฆ์ และนักปฏิบัติธรรม เพื่อร่วมตรวจสอบความถูกต้อง ความละเอียดอ่อน และความเหมาะสมของการสื่อสารธรรมะ ด้านการเรียนรู้และการสื่อสาร: นักออกแบบกระบวนการเรียนรู้ นักสื่อสาร และผู้พัฒนา UX เพื่อให้ธรรมะเข้าถึงผู้คนได้อย่างนุ่มนวลและสอดคล้องกับวิถีชีวิตร่วมสมัย



