สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 30 เม.ย. ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) กล่าวถึงสงครามกลางเมืองในซูดานซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ว่า การสู้รบไม่ควรเกิดขึ้นอีกต่อไป ในภาวะที่บ้านเมืองอยู่บนปากเหวของ “การล่มสลาย”


ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงรอบล่าสุดซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นเวลา 72 ชั่วโมง ผลักดันโดยยูเอ็น ร่วมกับสหภาพแอฟริกา ( เอยู ) สหรัฐ และซาอุดีอาระเบีย จะครบกำหนดเมื่อช่วงรุ่งสางของวันจันทร์ที่ 1 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น

แม้กองทัพซูดานของ พล.อ.อับเดล ฟัตตาห์ อัล-บูร์ฮาน ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและประธานสภาอธิปไตย กับกองกำลังเคลื่อนที่เร็ว ( อาร์เอสเอฟ ) ของ พล.อ.โมฮาเหม็ด ฮัมดาน ดากาโล หรือ “เฮเมดติ” รองประธานสภาอธิปไตย ส่งสัญญาณชัดเจนมากขึ้น ว่าพร้อมเจรจา แต่อุปสรรคสำคัญยังคงอยู่ที่ว่า นายพลทั้งสองนายยังคงปฏิเสธการเจรจาโดยตรง


ด้าน ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขของซูดาน ประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตจากการสู้รบครั้งนี้ ซึ่งปะทุเมื่อวันที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา ไว้ที่อย่างน้อย 528 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 4,599 คน อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บในความเป็นจริง “สูงกว่านั้นมาก” โดยโรงพยาบาลเฉพาะในกรุงคาร์ทูม สามารถให้บริการได้ตามปกติเพียง 16%

หญิงชาวซูดานในเมืองวาดี ฮัลฟา ซึ่งมีพรมแดนติดกับอียิปต์ อบขนมปังโดยใช้เตาดินเผาแบบโบราณ


ขณะที่ ชาวซูดานมากกว่า 75,000 คน กลายเป็นผู้ผลัดถิ่นภายในประเทศ ด้านโครงการอาหารโลก ( ดับเบิลยูเอฟพี ) รายงานว่า 1 ใน 3 ของประชากรซูดาน หรือราว 15 ล้านคน ต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่การสู้รบที่เกิดขึ้นอาจยิ่งส่งผลให้สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมเลวร้ายลงไปอีก


อนึ่ง ชนวนเหตุของการสู้รบ มาจากการที่องทัพซูดานกับอาร์เอสเอฟไม่สามารถตกลงกันได้ เกี่ยวกับหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของกระบวนการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งทั่วไปภายในเดือน ก.ค. 2566 นั่นคือ การจัดตั้งกองทัพแห่งชาติ ที่ฝ่ายหนึ่งต้องยอมผนวกรวมกับอีกฝ่าย.

เครดิตภาพ : AFP