สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่า องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ( ดับเบิลยูเอ็มโอ ) หนึ่งในทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เผยแพร่รายงาน คาดการณ์แนวโน้มที่โลกจะเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ภายในเดือน ก.ค.นี้ ไว้ที่ “60%” และคาดการณ์การเกิดเอลนีโญภายในเดือน ก.ย. ที่จะถึง อยู่ที่ “70%-80%” ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะสร้างความเปลี่ยนแปลง “ครั้งสำคัญ” ให้กับรูปแบบของสภาพอากาศโลกอีกครั้ง


ทั้งนี้ โลกเผชิญกับปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุด ระหว่างปี 2561-2562 ตามการบันทึกอย่างเป็นทางการโดยดับเบิลยูเอ็มโอ ขณะที่นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงเมื่อช่วงต้นปีนี้ โลกเผชิญกับปรากฏการณ์ลานีญา อย่างไรก็ตาม 8 ปีล่าสุด ถือเป็นปีที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกร้อนขึ้น และทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง แม้อยู่ท่ามกลางปรากฏการณ์ลานีญา บ่งชี้ว่า หากไม่เกิดลานีญา โลกอาจยิ่งร้อนมากขึ้นอีกตลอดช่วงเวลาดังกล่าว


รายงานของดับเบิลยูเอ็มโอ ระบุต่อไปว่า แม้จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถเจาะจงได้ เกี่ยวกับความรุนแรงและระยะเวลาของปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ทุกภาคส่วนบนโลกต้องร่วมกันเตรียมความพร้อม รับมือกับอุณหภูมิซึ่งจะสูงขึ้นอีก


อนึ่ง ปรากฏการณ์เอลนีโญ ระหว่างปี 2561-2562 “เบาบางมาก” ตามการวิเคราะห์ของดับเบิลยูเอ็มโอ อย่างไรก็ตาม เอลนีโญครั้งก่อนหน้านั้น ซึ่งเกิดระหว่างปี 2557-2559 ถือเป็นหนึ่งในเอลนีโญครั้งรุนแรงที่สุดซึ่งโลกเคยเผชิญ ส่งผลให้ปี 2559 เป็นปีที่โลกมีอุณหภูมิสูงสุด ทว่าความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผลจากน้ำมือมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน


รายงานของดับเบิลยูเอ็มโอทิ้งท้ายว่า ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ จะยังไม่เกิดขึ้นทันทีทันใด หมายความว่า “จะเริ่มมีผลชัดเจนมากขึ้น” ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป.

เครดิตภาพ : AFP