ดร.เสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า ในศตวรรษที่ 21 การบริหารจัดการองค์กรโดยเฉพาะองค์กรภาครัฐจะประสบความสำเร็จได้นั้นจำเป็นที่ผู้บริหารและบุคลากรจะต้องให้ความสำคัญกับการนำศาสตร์ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้กับการบริหารจัดการในหลากหลายมิติ และหนึ่งในศาสตร์ที่สำคัญซึ่งถือว่าเป็นหัวใจที่สังคมไทยต่างเชื่อมั่นและยึดเป็นแนวทางปฏิบัติมาอย่างยาวนาน คือ ศาสตร์พระราชาภายใต้หลักธรรมาภิบาล ดังนั้น มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์จึงร่วมกับสภาสมาคมธรรมาภิบาล จัดโครงการอบรมหลักสูตร “หลักธรรมาภิบาลและนวัตกรรมการโค้ชสำหรับบุคลากรภาครัฐ” ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย. ที่ห้องบรรยาย 1605 มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วิทยาเขตพัฒนาการ ซึ่งการจัดโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และสภาสมาคมธรรมาภิบาล ภายได้บันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ มีเจตนารมณ์และปณิธานร่วมกันที่จะขับเคลื่อนองค์ความรู้สู่การปฏิบัติในมิติที่เกี่ยวกับศาสตร์การบริหารจัดการภายใต้หลักหลักธรรมาภิบาลให้กับผู้บริหารและบุคลากรภาครัฐ รวมทั้งสถาบันศึกษาในระดับต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อร่วมการขับเคลื่อนยกระดับองค์กรภาครัฐให้เป็นองค์กรสีขาวที่เข้มแข็ง ตอบโจทย์การบริหารจัดการภาครัฐในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผู้ที่สนใจร่วมโครงการดังกล่าวได้ฟรี

ดร.เสนีย์ กล่าวต่อไปว่า มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต และสภาสมาคมธรรมาภิบาล ได้จัดอบรมให้กับผู้บริหารสถานศึกษาในระดับต่างๆมาแล้ว 2 รุ่น ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริหารสถานศึกษาด้วยดี และเพื่อเป็นการขยายผลสู่องค์กรภาครัฐในทุกภาคส่วน ทั้งสองหน่วยงานจึงจัดรุ่นที่ 3 ต่อ และได้รับเกียรติจากคณะวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นที่ยอมรับของสังคม อาทิ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดร.วัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต รศ.สุขุม นวลสกุล นักวิชาการอิสระ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล ประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต และ ดร.พงศ์ปณต พัสระ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ด้าน ดร.ณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ นายกสภาสมาคมธรรมาภิบาล และประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลและต่อต้านทุจริต กล่าวว่า สภาสมาคมธรรมาภิบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนหลักธรรมาภิบาลในองค์กรภาครัฐและสถาบันศึกษา โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรภาครัฐตลอดจนสถาบันการศึกษาทุกระดับนำศาสตร์พระราชาหรือหลักธรรมาภิบาลไปขยายผลสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมทั้งในภาคส่วนของของผู้บริหาร ครู อาจารย์ บุคลากร ตลอดจนนักเรียน นักศึกษาซึ่งผู้บริหารและบุคลากรถือได้ว่าเป็นต้นทุนหรือทรัพยากรที่สำคัญของประเทศที่จะขับเคลื่อนการบริหารจัดการให้องค์กรมีความเข้มแข็ง ยกระดับการบริการให้เป็นที่ศรัทธาของประชาชน หรือผู้รับบริการภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้