สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่า “เนสท์เล่ วอเตอร์ส” บริษัทย่อยในเครือเนสท์เล่ ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ “วิทเทล” และ “เปอริเอ้” กล่าวว่า ทางบริษัทระงับการดำเนินการที่บ่อน้ำแร่ 2 แห่ง ที่ใช้สำหรับการผลิตน้ำแร่ “เฮปาร์” ในภูมิภาคโวฌ ทางตะวันออกของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตาม บ่อน้ำอีก 4 บ่อ จะยังคงถูกใช้ในการผลิตน้ำแร่ที่มีระดับแมกนีเซียมสูงต่อไป

“เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมทั้งหมด เนสท์เล่ วอเตอร์ส เผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายกว่าเดิม อีกทั้งยังรุนแรง และเกิดบ่อยครั้งมากขึ้น เช่น ภัยแล้งปกติที่ตามมาด้วยฝนตกหนัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพการดำเนินงานของบ่อน้ำบางแห่ง บนพื้นที่ในภูมิภาคโวฌ” เนสท์เล่ กล่าว

บ่อน้ำแร่เฮปาร์ทั้งสองแห่ง ถูกระบุว่า “มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ” เนื่องด้วยความลึกที่อยู่ในระดับตื้น ซึ่งบ่งชี้ว่า มันเป็นเรื่องที่ยากมาก ในการรักษาความเสถียรในลักษณะสำคัญของน้ำแร่ธรรมชาติ

อนึ่ง ฝรั่งเศสไม่มีฝนตกติดต่อกัน 32 วัน ในเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา นับว่าเป็นภัยแล้งในฤดูหนาว ต่อจากสภาพอากาศร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ เมื่อช่วงฤดูร้อนปีที่แล้ว ซึ่งส่งผลให้มีการประกาศใช้มาตรการฉุกเฉินด้านน้ำ ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

นอกเหนือจากเนสท์เล่ น้ำแร่อื่น ๆ ของฝรั่งเศส ต่างได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยบริษัท ดานอน ซึ่งเป็นบริษัทข้ามชาติสัญชาติฝรั่งเศส เจ้าของแบรนด์ดัง “วอกวิก” ที่สกัดน้ำแร่จากพื้นที่ซึ่งเป็นเนินภูเขาไฟในอดีต ทางตอนกลางของฝรั่งเศส กล่าวว่า มีแผนที่จะลดการสกัดน้ำแร่ต่อเดือน 5% ในเดือน พ.ค. และเดือน มิ.ย. นี้.

เครดิตภาพ : AFP