ข้าวโพด เป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้าที่มีลำต้นตั้งตรง แข็งแรง และสูงประมาณ1-4 เมตร ใบยาวเรียวปลายแหลม ดอกตัวผู้และตัวเมียแยกกันแต่อยู่บนต้นเดียวกัน ลำต้นมีปล้องชัดเจน รากเป็นระบบรากฝอย ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด นิยมปลูกทั่วไปในเขตร้อนและอบอุ่น ลำต้นภายในฟ่ามคล้ายฟองน้ำ ฝักเกิดจากดอกตัวเมียตรงกลางลำต้นลักษณะสำคัญทางพฤกษศาสตร์และทางกายภาพของข้าวโพดลำต้น: มีลักษณะแข็งแรง ตั้งตรง เนื้อภายในฟ่ามคล้ายฟองน้ำ สูงประมาณ 1-4เมตร ประกอบด้วยข้อและปล้องชัดเจน ประมาณ 8-20 ปล้องใบ: เป็นเส้นตรงยาวปลายแหลม คล้ายหญ้า ยาวประมาณ 30-100ซม. มีขนอ่อนตามขอบใบ เส้นกลางใบเห็นชัดเจนราก: เป็นระบบรากฝอย ไม่ใช่รากแก้วดอก:
สรรพคุณของข้าวโพดมีมากมาย โดยซังข้าวโพด มีรสหวานชุ่ม ต้มกับน้ำเดือด บำรุงม้าม ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ แก้บิด แก้ท้องร่วง ต้นและใบ รสจืด ต้มกับน้ำเดือด ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว เกสรตัวเมีย หรือไหมข้าวโพด รสหวาน ขับน้ำดี บำรุงตับ แก้ตับอักเสบ แก้ดีซ่าน แก้ไตอักเสบ แก้บวมน้ำ แก้โรคความดันโลหิต แก้อาเจียนเป็นเลือด แก้โพรงจมูกอักเสบ แก้ฝีที่เต้านม ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา (อาการปัสสาวะขัด) โดยนำไหมข้าวโพด มาต้มในน้ำเดือด โบราณให้กินต่างน้ำ หมายความว่า ให้รับประทานแทนน้ำเปล่า เมื่ออาการดีขึ้น ให้รับประทานน้ำเปล่าเช่นเดิม
เมล็ด รสหวานมัน บำรุงร่างกาย บำรุงหัวใจ บำรุงปอด ขับปัสสาวะ มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมน ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกบีบตัว คลายกล้ามเนื้อเรียบ โดยนำเมล็ดข้าวโพดดิบมาคั่วแล้วปรุงรสตามชอบ ส่วนใหญ่นิยมใส่น้ำตาลเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยสมานแผลโดยนำเมล็ดดิบตำให้แหลก แล้วผสมแอลกอฮอล์ล้างแผล พอกบริเวณที่มีบาดแผลได้ราก รสจืด โบราณจะนำส่วนรากมาล้างน้ำสะอาด แล้วจึงนำมาต้มเคี่ยว จนน้ำงวดเหลือ 1 ใน 3 ของน้ำทั้งหมด แล้วรับประทานเป็นยาแก้อาเจียนเป็นเลือด
อย่างไรก็ตามการบริโภคข้าวโพไม่ควรรับประทานข้าวโพดดิบ เพราะจะทำให้ท้องอืด เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยข้าวโพดดิบได้ ผู้สูงอายุที่มีอาการท้องอืดหรือผู้ที่เพิ่งผ่าตัดภายในช่องท้องไม่ควรรับประทานข้าวโพด เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาในช่องท้อง การรับประทานข้าวโพดปริมาณมากหรือบ่อยเกินไป จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตมากเกินความต้องการ เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นน้ำตาล และเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมได้ในที่สุด



