เมื่อวันที่ 4 พ.ค. นายพิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า นโยบายไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ กรมการปกครอง เป็นแม่งานหลักในการดำเนินโครงการ ซึ่งขณะนี้ อ.เมืองขอนแก่น ได้ขานรับนโยบายอย่างเร่งด่วน ด้วยการสำรวจรถพุ่มพวงทั้งแบบรถยนต์และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง โดยได้ส่งข้อมูลให้กับทางจังหวัดรายงานไปยังกรมการปกครองแล้ว โดยภาพรวมทั้ง 17 ตำบล มีผู้ประกอบการหลายราย รถที่ขึ้นทะเบียนรวมกว่า 200 คัน 

“ทันทีที่รัฐบาลกำหนดให้มีการลงทะเบียน อำเภอก็จะประสานงานไปยังผู้ประกอบการและเจ้าของรถเพื่อลงทะเบียนตามนโยบายดังกล่าว เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือตามที่รัฐกำหนด เนื่องจาก อำเภอเมืองขอนแก่น มีรถพุ่มพวงทุกตำบล และจากนี้ไปอำเภอมีแนวทางที่จะดำเนินการต่อยอดนโยบายดังกล่าวคืออย่างน้อยที่สุด รถพุ่มพวงจะต้องมีตำบลละ 1 คัน ทั้งแบบรถยนต์และรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อที่จะนำสินค้าไทยช่วยไทยมหาดไทยใกล้คุณ ไปถึงมือประชาชนในแต่ละพื้นที่ได้เลือกซื้อสินค้าในราคาประหยัด เพราะโดยปกติแล้วรถพุ่มพวง อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน”

ขณะที่นายบุดดี เชาว์ชาญ กำนันตำบลบ้านค้อ และผู้ประกอบการรถพุ่มพวงในกลุ่มประเภทรถยนต์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรถพุ่มพวง ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ได้ให้การช่วยเหลือ ซึ่งจะได้เท่าใด ได้อย่างไรนั้น ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ยิ่งขณะนี้มีความชัดเจนในเรื่องคนละครึ่ง ก็จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างมาก และโดยส่วนตัวเป็นกำนันตำบลบ้านค้อด้วย ก็ต้องวิ่งขายของเช้า-เย็น ควบคู่กับการตรวจงานและตรวจสอบพื้นที่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบก็จะควบคู่กันไป

“ผมวิ่งขายของด้วยรถพุ่มพวงในกลุ่มประเภทรถยนต์กระบะ ก็จะเวียนขับรถขายของไปเรื่อยทั้ง ต.บ้านค้อ, สำราญ, แดงใหญ่, สาวะถี บางทีก็เลยไปที่ ต.ม่วงหวาน, โคกสูง อ.น้ำพอง แม้กระทั่ง ต.ป่าหวายนั่ง อ.บ้านฝาง ก็ขับรถไปขายของเหมือนกัน เพราะรถพุ่มพวงนั้นเข้าถึงประชาชนจริง ขายของถูกจริง ของดีมีมาตรฐานเพราะอยู่คู่กันชุมชนมานานและชาวบ้านนั้นพึงพอใจ ทั้งนี้ที่ผ่านมา ตอนน้ำมันดีเซลยังไม่ปรับขึ้นมากขนาดนี้ ก็เติมวันละ 500 บาทอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เติม 500 บาท ได้ไม่กี่ลิตร ก็ต้องเติม 1,000 บาท และมาเฉลี่ยการใช้งานเอา”

นายบุดดี กล่าวต่อว่า สมัยนี้คือสมัยของการใช้เงิน ออกจากบ้านก็ต้องจ่ายเงินแล้ว อย่างน้อยที่สุดคือการเติมน้ำมัน พอน้ำมันขึ้นมาก้าวกระโดดและยังไม่มีท่าทีที่จะลดลง ตนเองก็ต้องปรับขึ้นมาเติมวันละ 1,000 บาท อย่างไรก็ตามการที่รัฐบาลประกาศนโยบายช่วยเหลือรถพุ่มพวง ภาพรวมทั้งประเทศ รายละ 3,000 บาท ในกลุ่มรถยนต์ ถือว่าพึงพอใจมากถ้าช่วยจริง เท่านี้ถือว่าเหมาะสม หากจะช่วยมากกว่านี้คงเป็นไปไม่ได้เพราะช่วยทั้งประเทศ จึงขอบคุณรัฐบาลที่มีความคิดที่จะส่งเสริมประชาชนในเรื่องของการลดต้นทุนและมีรายได้เพิ่มจากนโยบายของรัฐที่กำหนดอีกด้วย