สปิริตแรงกล้าไม่มีแผ่วเลย สำหรับนางงามและนักร้องลูกทุ่งสาวเสาหลักของบ้าน “หนิง-ปัทมา จิตรสวัสดิ์” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2026 ที่ล่าสุดหอบร่างกายอันซูบเซียวหลังเพิ่งออกจากโรงพยาบาล มาร่วมงานแฟนมีตติ้งพร้อมตั้งโต๊ะเปิดใจเคลียร์ทุกมรสุมดราม่าร้อนระอุที่ถาโถมเข้ามาในชีวิตแบบม้วนเดียวจบ ทั้งปมร้อนเตียงหักกับ “เป๊ก สัณณ์ชัย” และคดีความกรรโชกทรัพย์กับอดีตคนรักเก่า “โย” ชนิดที่เคลียร์ชัดทุกประเด็น
ซึ่ง หนิง อัปเดตอาการป่วย โดย เผยว่า “เพิ่งออกจากโรงพยาบาลก็ซ้อมหนักค่ะ แล้วก็พักผ่อนน้อย แล้วก็มีความดันต่ำ ต่ำมากค่ะ 43 ตัวล่าง ต่ำมาก ก็เลยมีอาการวูบไปค่ะ วันนั้นหนูไม่รู้ตัวเลย อันนี้เกิดเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกก็ไม่รู้ตัว แล้วก็มาเป็นเมื่อ 2 วันที่แล้ว แม่เข้าไปเห็นค่ะ ก็เลยได้หามส่งโรงพยาบาล คุณหมอบอกว่าพักผ่อนน้อยมากค่ะ เพราะว่าวันนึงหนูนอนวันละแค่ 2-3 ชั่วโมงเอง คุณหมอบอกจำเป็นมากๆ ที่ต้องพักผ่อนให้เยอะขึ้นค่ะ”
“หนูก็ติดเครื่องอันนี้มาด้วย เครื่องวัดหัวใจ ต้องติดไว้ 7 วัน แล้วก็ไปอัปเดตผลอีกทีหนึ่ง คุณหมอบอกว่าขอดูว่าในจังหวะที่เรานอนหลับ มันจะมีอาการที่แบบว่าเราหยุดหายใจไปหรือเปล่าค่ะ (อาการป่วยครั้งนี้เกี่ยวกับความเครียดจากข่าวที่เกิดขึ้นด้วยไหม?)
“ถ้ามันเป็นเรื่องข่าวอย่างงี้หนูว่าใครๆ ก็ต้องเครียด แต่ถ้าถามว่าหนู หนูซ้อมหนักมากกว่า เพราะว่าไม่อยากไปโฟกัสกับสิ่งตรงนั้นเยอะค่ะ”

ประเด็นที่เกิดขึ้นระหว่างกับ “เป๊ก สัณณ์ชัย” หนิง เปิดใจว่า
“หนูก็ยังยืนยันว่าหนูกับพี่เป๊กไม่ได้ไปเชียงใหม่ด้วยกัน แต่ว่าเจอกันที่ร้าน warm up หนิงเดินทางไปกับนักดนตรีก็คือวงปัทมาแบรนด์ของหนูในวันที่ 9 พฤษภาคม บินไปทั้งหมด 10 ท่าน มีตัวหนิงอยู่ในนั้น เจ้าของร้านเดินเข้ามาพูดว่าเดี๋ยววันนี้จะมีศิลปิน 2 ท่านขึ้นมาแจม ก็คือมี 1 ในนั้นคือพี่เป๊ก สัณณ์ชัย หนูเพิ่งได้ทราบว่าพี่เป๊กมาร้าน warm up ก็คือหลังจากที่หนูไปสแตนด์บาย 1 ชม. ไม่ทราบค่ะ เพราะว่าไม่ได้มีการนัดกัน”
“ขาไป ไม่ได้เดินทางพร้อมกัน แต่ขากลับ มันมีไฟลท์น้อย มันเลยจำเป็นจะต้องกลับพร้อมกัน ใช่ค่ะ แต่ว่าในระหว่างการทำงาน พี่เป๊กไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว หรือว่าหลังจบงานแล้วเราไปทานข้าว ไม่มีค่ะ”
“ภาพที่เค้าเตอร์ ภาพนั้นเป็นภาพที่บุรีรัมย์เกิดขึ้นประมาณวันที่ 10 พฤศจิกายน หนูมีความรู้สึกว่าเราไปในพื้นที่สาธารณะ เราไม่ได้ไปกันแบบแอบ ไม่ได้ไปอยู่โรงแรมในห้อง เพราะว่าหนูก็ค่อนข้างชัดเจนอยู่ค่ะ ที่หนูสาบานนั่นคือสิ่งที่หนูสาบานจริงๆ ว่าหนูไม่ได้ไป (ในเชิงชู้สาว) นอกจากบุรีรัมย์แล้วพิษณุโลก ภาคใต้ น่าจะหาดใหญ่ ที่จำได้หลักๆ มีประมาณนี้ค่ะ

“ทริปอเมริกา ไปค่ะ แต่ไปในพาร์ทของการทำงาน หนูโดนว่าจ้างไปร้องเพลง 3 จุด ถ้าถามว่าได้ไปเจอพี่เป๊กหรือว่าได้ไปเที่ยวกับพี่เป๊กส่วนตัวไหม ไม่เคยนะคะ นอกจากว่าจะเจอกันในตอนทำงานแล้วก็รับประทานอาหารร่วมกันกับพาร์ทเนอร์หลายๆ คนค่ะ”
“ไม่ทราบว่าทำไมพี่เป๊กตอบแบบนั้น หนูว่าพี่เป๊กก็ได้พูดมาแล้วว่าตัวเขาเองก็เปลี่ยนนิสัยตรงนี้ไม่ได้จริงๆ พี่เป๊กใครๆ ก็รู้อยู่แล้ว เพราะว่าเป๊กสัณณ์ชัยเป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้ว พี่เป๊กเขาก็คุยเล่นคุยหยอดเป็นเรื่องปกติ หนูก็รู้อยู่แล้วว่านี่คือสไตล์พี่เป๊ก แต่ว่าหนูก็จะบอกแกตลอดว่าพี่เราพี่น้องกันนะ”

หนิง เผยอีกว่า “การที่จะว่าใครเป็นเมียน้อยคนหนึ่ง มันค่อนข้างแรงเหมือนกันกับผู้หญิงคนหนึ่ง แล้วก็หนูก็เป็นลูกที่มีพ่อมีแม่ หนูทำงานมาทั้งชีวิต หาเลี้ยงตัวเองเป็นเสาหลักให้บ้าน ไม่เคยเลยแม้ที่จะไปรับจ้างกินข้าว หรือจะต้องไปเป็นเมียน้อยใคร หรือจะต้องไปเป็นมือที่สามหรือเข้าไปแย่งสามีใครมา”
(ได้มีการพูดคุยหรือเคลียร์กับพี่ธัญญ่าบ้างไหม?) “หนูได้อธิบายไปบ้างแล้ว แล้วก็ได้คุยกับพี่ธัญญ่าแล้ว หนูไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องแบบว่าใหญ่โตมาขนาดนี้ พี่ธัญญ่าพิมพ์มาขอโทษ (ใครทักก่อน)เป็นพี่ธัญญ่าค่ะ ความสัมพันธ์หนิงกับพี่เป๊กก็ ยังเป็นพี่ที่หนูเคารพเหมือนเดิม รวมถึงพี่ธัญญ่าด้วย”

ส่วนประเด็นกับโย อดีตคนรัก หนิงเผยว่า “หนูเคยคบหาดูใจกันเมื่อประมาณปี 2565 และก็มันไม่สามารถสานสัมพันธ์ต่อไปได้ในปี 2567 มันอยู่ในรูปคดีที่หนูกำลังแจ้งความอยู่ (มูลค่า?) 670,000 หนูรู้สึกว่าหนูขี้เกียจจะต้องมาอยู่ในอำนาจของใครสักคนแล้วเขาก็ข่มขู่ออกมาตลอดว่าถ้าทำให้เขาไม่พอใจก็จะเปิดเผย”

สุดท้ายอยากขอโทษทุกๆ คนเลยหนูอาจจะโลภมากเกินไปในการแบบอยากได้งานเยอะๆ ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีอยากให้เคสหนูเป็นเคสตัวอย่างสุดท้าย (เรื่องการประกวด?) กระทบ กระทบมาก กระทบมากหนูอยู่ที่ความตัดสินใจของบอสเลยค่ะอยากขอโทษบอสด้วยที่ทำให้ปวดหัววุ่นวาย หนูรักบอสค่ะ“




