เมื่อเวลา 19.48 น. วันที่ 3 ก.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีสำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติอินโดนีเซีย (BNN) แถลงผลการจับกุมเครือข่ายลักลอบขนช่อดอกกัญชารายใหญ่ โดยระบุว่า กัญชาล็อตดังกล่าวมีต้นทางจากประเทศไทย และสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ 12 ราย ว่า การส่งกัญชาที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ออกนอกประเทศไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีรายงานว่า มีการลักลอบโดยการยัดใส่ในกระเป๋าเดินทางนั้น นายกฯ กล่าวว่า ถ้ายาเสพติดเข้าประเทศไหนก็ต้องถูกยึด ถูกดำเนินคดี ใครทำก็ต้องไปรับโทษในกฎหมายประเทศนั้น อย่างประเทศอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซียมีโทษนำเข้ายาเสพติดที่รุนแรงและอาจถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งมีการระบุในหนังสือรับรองเข้าประเทศไว้อย่างชัดเจนว่าผู้ที่มีการขนอาวุธหรือยาเสพติด เข้าไปมันมีข้อห้ามที่ชัดเจนไม่เกี่ยวกับต้นทางว่าใครจะทำผิดกฎหมาย ในส่วนของเราก็มีการป้องกัน และจับกุมดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดอยู่แล้ว 

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้มีการประชุมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) 3 ชั่วโมง ซึ่งเราก็มีมาตรการออกมาเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ส่วนเรื่องกฎหมายกัญชาที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอเข้าไปในสภา ตนให้ ป.ป.ส. มาพูดว่าต่อจากนี้ไม่ต้องทำเป็นนโยบายเพื่อเอาใจรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจ หรือรัฐบาล หากดีหรือไม่ดีทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นผู้เสนอกฎหมายต้องไปศึกษา

“ ไม่ใช่พอผมไม่ได้เป็นรมว.สาธารณสุขก็บอกไม่ดี แต่พอผมเป็นก็บอกว่าดี แบบนี้ไม่เอาแล้วไม่ได้ ข้อมูลทั้งหลายที่นำมาดำเนินนโยบายก็เป็นข้อมูลที่นำมาจากส่วนราชการ วันนี้ผมก็พูดในที่ประชุม ป.ป.ส.ว่าผมเอามาดูเอง เป็นประธาน ป.ป.ส. เอง ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรกของผม และพูดชัดเจนว่านโยบายต้องเป็นอย่างไร วันนี้ตนมาเป็น ป.ป.ส. กัญชาดีหรือเปล่า ถ้าบอกว่าดีอีก ก็ต้องมาดู ทำไมตอนท่านสมศักดิ์ (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรมว.สาธารณสุข) ดูอยู่ถึงบอกว่าไม่ดี และก่อนท่านสมศักดิ์จะมา ผมก็อยู่ถึงบอกว่าดี มันคืออะไร ผมก็ขับเคลื่อนนโยบายต่างๆได้ จากส่วนราชการที่ให้ข้อมูลและทำภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญ ผมก็พูดกับ ป.ป.ส. แบบนี้ ถ้าไม่ดีผมก็พร้อมปิด แต่ต้องดูให้ครบทุกมิติ“ นายกฯ กล่าว.