สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 7 พ.ค. ว่า กองทัพอากาศยูเครนรายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา การใช้ระบบป้องกันแพทริออตของสหรัฐ สกัดการโจมตีโดยขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หรือขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง “คินซาล” ซึ่งมีทิศทางโจมตีกรุงเคียฟ เมื่อคืนวันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ที่ฝ่ายความมั่นคงของยูเครนเปิดเผย การใช้ระบบป้องกันแพทริออตในสงคราม
ทั้งนี้ รัฐบาลเคียฟได้รับมอบระบบแพทริออตชุดแรก เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา จากสหรัฐ เยอรมนี และเนเธอร์แลนด์ แต่ไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนเกี่ยวกับจำนวนอุปกรณ์ อนึ่ง ระบบแพทริออตชุดหนึ่งต้องใช้ทหารมากถึง 90 นาย ในการใช้งานและดูแล
Ukraine's air defenders shot down Kinzhal, a hypersonic aeroballistic russian missile, for the first time since the attacks began. This was done by operators of Patriot air defense system. pic.twitter.com/V2YqZE5QEU
— Ukrainian Air Force (@KpsZSU) May 6, 2023
อย่างไรก็ตาม นายโอเล็กซี เรซนิคอฟ รมว.กลาโหมยูเครน ขอความสนับสนุนด้านระบบแพทริออตจากสหรัฐ ระหว่างการเยือนกรุงวอชิงตัน เมื่อเดือน ส.ค. 2564 แม้นานเกือบ 1 ปี ก่อนรัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่อยูเครน แต่ในเวลานั้นทั้งสองประเทศมีความขัดแย้งยืดเยื้อระหว่างกัน จากกรณีคาบสมุทรไครเมีย
Ukraine’s Air Force says it downed a Russian hypersonic missile – one of the Kremlin’s most advanced weapons – with a newly supplied U.S.-made Patriot battery one day after the U.S. pledged to send $300 million more in military aid. @MarcusMoore reports. https://t.co/CBb1Xkm0Ew pic.twitter.com/AkEe0Nq5mr
— World News Tonight (@ABCWorldNews) May 7, 2023
ขณะที่รัฐบาลมอสโกยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเรื่องนี้ อนึ่ง รัสเซียเปิดตัวขีปนาวุธคินชัลอย่างเป็นทางการ ครั้งแรกเมื่อเดือน มี.ค. 2561 ปัจจุบัน กองทัพรัสเซียมีขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกอย่างน้อย 3 รุ่น โดยนอกจากคินซาล ซึ่งเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหนือเสียง 10 เท่า และมีพิสัยทำการเป็นระยะทางไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ยังมี “เซอร์คอน” และ “อาวองการ์ด”
ส่วนระบบป้องกันแพทริออต ผลิตโดยบริษัทล็อกฮีด มาร์ตีน ร่วมด้วยโบอิ้ง และเรย์เธียน เข้าประจำการในกองทัพสหรัฐเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1980 โดยจรวดสกัดขีปนาวุธแต่ละนัดมีราคาประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 134.88 ล้านบาท ).
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



