สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า จากกรณี นายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำกองกำลังนักรบต่างชาติ “วากเนอร์” ส่งหนังสือถึง พล.อ.เซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย แจ้งการยุติปฏิบัติการทั้งหมดที่เมืองบัคมุต ในภูมิภาคดอนบาส ในวันที่ 10 พ.ค.นี้ เนื่องจาก “ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างน่าพึงพอใจ” จากรัฐบาลมอสโก “ที่ให้คำมั่นสัญญา” ว่าจะส่งมอบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มเติมให้แก่วากเนอร์ และขอถ่ายโอนภารกิจทั้งหมดในเมืองบัคมุต ให้แก่กองพันอัคห์มัต ของนายรัมซาน คาดีรอฟ ผู้นำสาธารณรัฐเชชเนีย


พริโกซิน เปิดเผยเพิ่มเติมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการได้รับแจ้ง “เป็นคำสั่งจากระดับผู้บังคับบัญชา” ว่า วากเนอร์จะได้รับเครื่องกระสุนปืน และอาวุธอื่นที่จำเป็นทั้งหมด ในปริมาณเพียงพอเพื่อให้สามารถปฏิบัติการในสมรภูมิบัคมุตได้ต่อไป ทั้งนี้ วากเนอร์มีบทบาทกับการสู้รบที่เมืองบัคมุตเพิ่มขึ้นอย่างมาก ตั้งแต่ต้นปีนี้ เพื่อสนับสนุนกองทัพรัสเซีย ซึ่งพยายามยึดเมืองแห่งนี้ ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนของปีที่แล้ว


อย่างไรก็ตาม การเข้ามามีส่วนร่วมของวากเนอร์ กลับกลายเป็น “การงัดข้อ’ กับกระทรวงกลาโหมในกรุงมอสโก โดยพริโกซิน เคยกล่าวว่า พล.อ.เซอร์เก ชอยกู “ทรยศชาติ” จากการไม่ยอมมอบความสนับสนุนแก่วากเนอร์ ทั้งที่ร่วมสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารรัสเซียในยูเครน


อนึ่ง พริโกซิน ออกคลิปหลายชิ้น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประณาม พล.อ.ชอยกู และพล.อ.วาเลอรี เกราซิมอฟ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมรัสเซีย ว่า “ความไม่เป็นมืออาชีพ” ของรัฐบาลมอสโก เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักรบวากเนอร์ “หลายหมื่นคนเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บ” จากการสู้รบในยูเครน


แม้บัคมุตจัดเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่รัสเซียถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลัก เชื่อมต่อไปยังเมืองใหญ่กว่าที่อยู่ใกล้กัน คือ ครามาทอร์สค์ และสโลเวียนสค์ นอกจากนี้ เมืองบัคมุต ซึ่งเป็นเมืองเอกของภูมิภาคบัคมุต เป็นแหล่งเหมืองเกลือ และยิปซัมที่สำคัญของยูเครนด้วย.

เครดิตภาพ : AFP