สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองอิมผาล ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในรัฐมณีปุระ ปะทุขึ้นหลังจากกลุ่มชนเผ่าเดินขบวนประท้วงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนทำให้เกิดการปะทะอย่างรุนแรง รถยนต์หลายคันและบ้านเรือนหลายหลังถูกจุดไฟเผา ขณะที่ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาเพื่อกดดันกลุ่มผู้ประท้วง และพยายามควบคุมสถานการณ์

นอกจากนี้ กองทัพอินเดียยังส่งทหารหลายพันนายไปยังรัฐมณีปุระ ตลอดจนออกคำสั่งให้ทหารยิงผู้กระทำความผิดเมื่อพบเห็น “ในกรณีร้ายแรง” รวมถึงประกาศเคอร์ฟิว และตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

อย่างไรก็ดี กองทัพกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ไม่มีรายงานการปะทะครั้งใหญ่ในชั่วข้ามคืน และมีการยกเลิกเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 07.00-10.00 น. ในเขตชุรจันทปุระ ทางตอนใต้ของรัฐมณีปุระ ซึ่งเป็นหนึ่งพื้นที่ปะทะหลักของความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ประชาชนซึ่งอพยพออกจากพื้นที่ปะทะในรัฐมณีปุระ ต่อแถวรับการแจกอาหารจากทหาร ที่ฐานทัพในเมืองอิมผาล เมืองเอกของรัฐมณีปุระ

แถลงการณ์ของกองทัพอินเดีย ระบุว่า ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กองทัพเพิ่มความพยายามในการตรวจตราและเฝ้าระวัง ซึ่งจนถึงขณะนี้ ทหารสามารถช่วยเหลือพลเรือนในพื้นที่เกิดเหตุได้แล้ว 23,000 คน และพาพวกเขาไปยังฐานปฏิบัติการ หรือกองทหารรักษาการณ์แล้ว

การปะทะทางชาติพันธุ์ในครั้งนี้ มีสาเหตุมาจากกลุ่มชนเผ่าต่างๆ รวมถึงชนเผ่าคูกิส ไม่พอใจกับการที่ชนเผ่าเมเต ได้รับการรับรองภายใต้หมวดหมู่ “ชนเผ่าที่ถูกกำหนด” ซึ่งทำให้พวกเขาได้รับโควตางานราชการ และการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ในรูปแบบของการยืนยันสิทธิประโยชน์ ที่มุ่งจัดการกับความไม่เท่าเทียมเชิงโครงสร้าง และการเลือกปฏิบัติ

ทหารอินเดียตรึงกำลัง ในเขตชานเมืองอิมผาล เมืองเอกของรัฐมณีปุระ

อนึ่ง รัฐมณีปุระ เกิดความไม่สงบในกลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มแบ่งแยกดินแดนซึ่งแสวงหาเอกราช หรือการแยกตัวออกจากอินเดีย มานานหลายทศวรรษ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 50,000 ราย นับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 จนกระทั่งความขัดแย้งเหล่านี้เริ่มลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากหลายกลุ่มมีอำนาจเพิ่มขึ้น จากการทำข้อตกลงกับรัฐบาลนิวเดลี.

เครดิตภาพ : AFP